Tag Archives: Cabernet Sauvignon

Harlan Estate Napa Valley 2015

Harlan Estate 2015, Harlan Estate, Napa Valley, United States, Red Wine

 

ไวน์แดงสไตล์วินเทจสุดหรูสัญชาติ USA จาก Napa Valley แห่ง Harlan Estate ที่มีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก ซึ่งชื่อเสียงของ Harlan Estate เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังที่ถูกขนานนามจากนักดื่มทั่วโลกว่าเป็น “สัตว์ร้ายแห่งไวน์แดง” เพราะความช่ำชองในกระบวนกลั่นและการผลิตไวน์ที่มีคุณภาพสูง เน้นความวินเทจหรูหรา เป็นกระบวนการผลิตที่มีความปราณีคพิถีพิถันเฉพาะตัว ผลผลิตจากผลไม้ที่ใช้นั้นเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพโดยเป็นผลไม้ที่ถูกปลูกขึ้นมาบนสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่า Harlan Estate นั้นเป็นอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ที่ยาวนานมากว่าทศวรรษเลยทีเดียว

เครื่องดื่มสีโกเมนเข้มที่ได้จากส่วนผสมขององุ่นทั้งสามพันธุ์ องุ่นชั้นดีในกระบวนการผลิตไวน์แดงหรูหราคลาสสิค Cabernet Sauvignon, Cabernet Franc, Merlot และ Petit Verdot ซึ่งเป็นที่ยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตไวน์แดงไปทั่วโลกเพราะความเป็นสุดยอดพรรณองุ่นที่ให้รสชาติของไวน์ที่ให้รสชาติที่มีความกลมกล่อมเข้มข้น มีความหอมหวานจากรสชาติเฉพาะตัวที่ดื่มง่าย เหมาะสำหรับนักดื่มที่รักการดื่มไวน์จากทุกหนทุกแห่ง

จุดเด่นของไวน์แดงรุ่นนี้อยู่ที่เครื่องดื่มชั้นเยี่ยมสีสดที่มีความคลาสสิกเซ็กซี่เย้ายวนใจด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง กลิ่นแบล็คเคอแรนท์ แบล็กเบอร์รี่ หินบด กราไฟต์ การบูรควัน และกลิ่นยาสูบแห้ง สีม่วงโกเมนเข้มที่ได้เนื้อและรสชาติเข้มข้นจากเชอร์รี่สีดำครีมและพุดดิ้งพลัมผสานกับความเข้มข้นจากแทนนินเนื้อละเอียดที่สุกงอมได้อย่างประณีตลงตัว

โดยรวมเป็นไวน์แดงที่มีบุคลิกร้อนแรง มีสเน่ห์ เย้ายวนใจ มีความยั่วยวน คลาสสิค เป็นเอกลักษณ์ ทรงพลังแต่ดื้อดึงอยู่ในตัว มีความหวานหอมกลมกล่อมอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความกระสันเป็นอย่างยิ่งเมื่อเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ถูกเสิร์ฟคู่กับเนื้ออบชั้นเลิศอย่าง เนื้อวัว เนื้อแกะ และ เนื้อกวาง ก็ยิ่งยากที่จะถอนตัวเพียงแค่แก้วเดียวได้ เหมาะสำหรับการดื่มเนื่องในโอกาสพิเศษ สังสรรค์ หรือดื่มฉลองในมื้อค่ำพิเศษพร้อมคนพิเศษของคุณได้อย่างสนุกสนาน

Wolf Blass Red Label Cabernet Sauvignon Merlot

Wolf Blass Red Label Cabernet Sauvignon Merlot

ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ CABERNET SAUVIGNON และ MERLOT และยังน่าลิ้มลองยิ่งไปด้วยผลไม้นานาชนิด ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของกลิ่นพลัม แคสซิส และปิดท้ายด้วยแบล็กเบอร์รี่ รวมไปถึงมันยังมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนและนุ่มนวล อีกทั้งยังมีความชุ่มฉ่ำในลักษณะของไวน์แดงคุณภาพ และยังรักษาคุณภาพของเนื้อสัมผัสแบบนี้ได้อย่างยาวนานอีกด้วย ซึ่งด้วยคุณสมบัติแบบนี้นี่เองจึงทำให้มันเหมือนกับการดื่มไปพร้อมกับเนื้อวัว เนื้อแพะ บาร์บีคิว และเนื้อหมักได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งคุณสมบัติที่ได้กล่าวไปข้างต้นนี้นั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้ช่วยยกระดับให้ Wolf blass red label cabernet merlot ได้ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

Wolf Blass Gold Label Coonawarra Cabernet Sauvignon

Wolf Blass Gold Label Coonawarra Cabernet Sauvignon

ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ CABERNET SAUVIGNON และยังน่าลิ้มลองยิ่งไปด้วยผลไม้นานาชนิด ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของกลิ่นเบอร์รี่สีแดง มัลเบอร์รี่ ดาร์กช็อกโกแลต และแบล็คเคอแรนท์สุก รวมไปถึงมันยังมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนและนุ่มนวล รวมไปถึงมันยังมีรสชาติของดาร์กช็อกโกแลต แบล็คเคอเรนท์สุก มัลเบอร์รี่ อีกเช่นกัน ซึ่งด้วยลักษณะดังกล่าวนี้นั่นเอง จึงทำให้ Wolf blass gold label coonawarra เป็นไวน์ที่เหมาะกับการดื่มไปกับอาหารอันเลิศรสที่ประกอบไปด้วยเนื้อวัว บาร์บีคิว และเนื้อหมัก ซึ่งเมื่อเราได้ Wolf blass gold label coonawarra มาประกอบแล้วก็จะทำให้รสชาตินั้นผสมผสานและกลมกล่อมอย่างยิ่งนั่นเอง ก็ยิ่งทำให้ Wolf blass gold label coonawarra ได้ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

Penfolds Max’s Cabernet Sauvignon

Penfolds Max’s Cabernet Sauvignon 2018

ไวน์ชั้นดีที่ผลิตมาจากองุ่น CABERNET SAUVIGNON ซึ่งถือว่เป็นไวน์ที่มีสีเข้มเป็นอย่างยิ่ง และยังน่าลิ้มลองยิ่งไปด้วยกลิ่นหอมอย่างกลิ่นมะเขือเทศตากแห้ง แบล็คเคอแรนท์ แบล็คโอลีฟ ทอฟฟี่ และยังมีกลิ่นกาแฟอันเข้มข้นอีกด้วย รวมไปถึงมันยังมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนและนุ่มนวล รวมไปถึงยังเป็นรสชาติที่เข้มข้น และยังอุดมไปด้วยกลิ่นของไม้หลากหลายประเภท และก็เพราะเหตุนี้เอง จึงทำให้ Penfolds max’s cabernet sauvignon 2018 เหมาะกับการรับประทานไปพร้อมกับเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อหมัก และเนยแข็ง ซึ่งจะทำให้รสชาตินั้นกลมกล่อมอย่างยิ่งจนเราจำไม่ลืมกันเลยทีเดียว ก็ยิ่งทำให้ Penfolds max’s cabernet sauvignon 2018 ได้ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

Emiliana Coyam

Emiliana Coyam

            Emiliana Coyam ยังนับได้ว่าเป็นไวน์แดงแบบผสมที่มีต้นกำเนิดการผลิตและการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้แบรนด์ไวน์ชื่อดังอย่าง Emiliana Organic Vineyards อันโด่งดังที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ย่านชุมชน Colchagua Valley ในใจกลางเมืองของประเทศชิลี ซึ่งแบรนด์ไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นแบรนด์ไวน์สัญชาติชิลีที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ไวน์ขนาดใหญ่ที่เน้นการผลิตแบบออร์แกนิคและทางชีวภาพเป็นเจ้าแรกของโลกอีกด้วย

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นไวน์ทีมีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อนอยู่มากพอสมควร ทั้งในส่วนเริ่มต้นที่ทางผู้ผลิตนั้นได้มีการเลือกสรรสายพันธุ์ขององุ่นที่นำมาใช้เยอะมากถึงหกสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งนับได้ว่ามากกว่าจำนวนสายพันธุ์ที่นำมาใช้ในไวน์ทั่วไป อีกทั้งทางผู้ผลิตนั้นก็ได้มีการคำนวณอัตราส่วนของปริมาณตามสายพันธุ์ไว้แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Syrah หรือ Shiraz 38%, Cabernet Sauvignon 21%, Carmenere 21%, Merlot 17%, Petit Verdot 2% และ องุ่นสายพันธุ์ Mourvedre 1% โดยองุ่นทั้งมดนั้นทางผู้ผลิตก็จะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊ก

            โดยไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชิที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนื้อสัมผัส สี กลิ่นและรสชาติของไวน์ที่มีความงดงามและสอดคล้องกันได้อย่างลงตัว นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่เอร็ดอร่อย กลมกล่อมและนุ่มลึกอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งไวนืชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีความเข้มข้นและมีความชัดเจนในองค์ประกอบและโครงสร้างกันเป็นอย่างดี

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมและลงตัวกันได้เป็นอย่างดียิ่ง ทั้งความนุ่มลึก เข้มข้น และเข้ากันได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งในการรับประทานไวน์ชนิดนี้ควบคู่กันกับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อวัวและเนื้อกวาง หรือว่าเป็นสเต๊กจานร้อนๆก็เหมาะสมอยู่เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 13.5-15% อีกด้วยเช่นกัน

Emiliana Coyam

Emiliana Coyam

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Grand Vin de Léoville Saint-Julien

Grand Vin de Léoville Saint-Julien

            Grand Vin de Léoville Saint-Julien นับได้ว่าเป็นไวน์ชั้นเยี่ยมที่ถูกส่งตรงออกมาจากการผลิตที่ยอดเยี่ยมของแบรนด์ไวน์ชื่อดังที่มีชื่อเสียงและทักษะในการผลิตไวน์อย่าง Chateau Leoville-Las Cases ที่อยู่ในย่านชุมชนชาวพื้นเมืองที่มีสูตรการผลิตไวน์ที่โด่งดังอย่าง Saint-Julien ในเมือง Medoc ของเขต Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส โดยแบรนด์ไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นแบรนด์ไวน์ที่มีโรงกลั่นไวน์และไร่องุ่นเป็นของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นไวน์ที่มีการนำพื้นที่ของคฤหาสน์ขนาดใหญ่มาใช้ในการสร้างฐานการผลิตอีกด้วย

            โดยไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อนอยู่พอสมควร โดยเริ่มแรกนั้น ทางผู้ผลิตได้มีการคัดเลือกสายพันธุ์องุ่นที่นำมาใช้ถึงสามสายพันธุ์ด้วยกัน รวมทั้งยังนำมาใช้ในอัตราส่วนที่แตกต่างกันอีกด้วย ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon 61%, Merlot 21% และองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Franc อีก 16% ด้วยเช่นกัน โดยองุ่นที่ทางผู้ผลิตเลือกใช้นั้นจะต้องนำมาจากการเพาะปลูกในไร่องุ่นของตัวเองและถูกคัดเลือกลักษณะมาอย่างดีแล้วเท่านั้น โดยองุ่นทั้งหมดนั้น ทางผู้ผลิตก็นำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กแท้ 90% เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 18-20 เดือนด้วยกัน

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้ยังมีมนต์เสน่ห์และความน่าสนใจที่ลักษณะภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสี เนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง โดยกลิ่นของไวน์ชนิดนี้เป็นกลิ่นไวน์ที่มีความหอมหวานไปด้วยกลิ่นของลูกสน กลิ่นใบยาสูบและกลิ่นของต้นโอ๊ก ไม่ใช่เพียงแค่นั้นไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีความเต็มน้ำเต็มเนื้อเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งยังมีระยะเวลาสัมผัสที่ติดลิ้นค่อนข้างยาวนานอย่างยิ่งอีกด้วย

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยมอย่างดี มีทั้งความเต็มน้ำเต็มเนื้อในรสชาติและเนื้อสัมผัสอย่างดียิ่ง รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีความนุ่มลึกและความเข้มข้นของไวน์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นไวน์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวางและเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อเป็ดและเนื้อไก่ นอกเหนือจากนี้ไวน์ขนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งนับว่ามีระดับของแอลกอฮอล์ค่อนข้างน้อยมากเลยทีเดียว

Grand Vin de Léoville Saint-Julien

Grand Vin de Léoville Saint-Julien

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Le Dix De Los Vascos

Le Dix De Los Vascos

 

1.ไวน์แดงเกรด Grand Cuvee มีต้นกำเนิดมาจากประเทศชิลี ในพื้นที่อันโด่งดังในการผลิตไวน์อย่าง El Fralie ซึ่งอยู่ในเขต Colchagua Valley โดยใช้องุ่นที่มีอายุมากกว่า 70 ปีในการผลิต

 

2.ส่วนผสมจะมี Cabernet Sauvignon 75%, Sangiovese 20%, Cabernet Franc 5% และอุณหภูมิที่ดีจะอยู่ที่ 15-18 องศาเซลเซียส

 

3.รสชาติเข้มข้น, แทนนินมีสัมผัสที่นุ่มจนคุณจะรู้สึกถึงรสผลไม้สุกแบบเข้มข้น ซึ่งเหมาะที่จะทานคู่กับอาหารจำพวกเนื้อเช่น เสต๊กไก่ หมูและวัว เป็นต้น

 

Peter Hellman (@volnay64) | Twitter

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

 

Beringer Founders Estate Cabernet Sauvignon

Beringer Founders Estate Cabernet Sauvignon

             Beringer Founders Estate Cabernet Sauvignon นับได้ว่าเป็นไวน์ที่ถูกสร้างและผลิตมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Beringer ซึ่งมีแหล่งการผลิตและการเพาะปลูกองุ่นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย บริเวณทางชายฝั่งทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งยังมีการนำองุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon มาใช้ในกรรมวิธีการผลิตอีกด้วย

             โดยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีลักษณะยอดเยี่ยม เป็นไวน์ที่มีสีที่เป็นสีแดงเข้มสว่าง รวมทั้งยังมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งกลิ่นของใบชาเขียว กลิ่นของเหล้าแคสซิสที่ทำจากลูกเกดดำและกลิ่นของเครื่องเทศบางชนิดอีกด้วย

             โดยรสชาติของไวน์ชนิดนี้ก็แทบไม่แตกต่างจากกลิ่นที่ได้รับจากไวน์ชนิดนี้เท่าไหร่ เป็นไวน์ที่มีรสชาติที่สดชื่น ไม่แห้งมาก รวมทั้งยังมีรสสัมผัสของเหล้าแคสซิสที่ทำมาจากลูกเกดดำ รสของชาเขียว ต้นสน เครื่องเทศและรสที่เข้มข้นจากต้นข้าว

             โดยรวมแล้วนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีรสชาติและกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก มีรสสัมผัสที่ติดลิ้นอย่างยาวนาน ซึ่งเหมาะกับการรับประทานควบคู่กับอาหารย่างหรือรมควันและไก่หมักเครื่องเทศ ซึ่งไวน์ชนิดนี้มีระดับปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 13.5%

Beringer Founders Estate Cabernet Sauvignon

Beringer Founders Estate Cabernet Sauvignon

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Woodbridge By Robert Mondavi Cabernet Sauvignon

Woodbridge By Robert Mondavi Cabernet Sauvignon

             Woodbridge By Robert Mondavi Cabernet Sauvignon เป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในระดับโลก โดยไวน์ชนิดนี้ถูกผลิตและจัดจำหน่ายโดยผู้ผลิตอย่าง Woodbridge By Robert Mondavi ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

             โดยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีเนื้อสัมผัสเป็นสีแดงงดงาม สมกับเป็นไวน์แดงชั้นเลิศ ซึ่งไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่ถูกหมักโดยใช้องุ่นพันธุ์ cabernet Sauvignon จึงทำให้ไวน์ชนิดนี้มีกลิ่นที่หอมไปด้วยกิ่นของผลไม้นานาชนิด ทั้งกลิ่นของผลเชอร์รี่ กลิ่นของเบอร์รี่ชนิดต่างๆ กลิ่ยของต้นสน กลิ่นน้ำตาลแดงและกลิ่นราวกับขนมปังปิ้ง

             นอกจากนี้ไวน์ชนิดนี้ก็มีรสชาติที่ไม่แตกต่างจากกลิ่นที่ได้รับมากนัก มีรสสัมผัสที่หวานและกลมกล่อมกว่ากลิ่นหลายเท่า ทั้งรสชาติของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ น้ำตาลแดง มาร์ชเมลโลว์ ช็อกโกแลต ต้นสน ขนมแครกเกอร์และคาราเมลเคี่ยวจนหอม

             โดยรวมแล้วนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยผลไม้ รวมทั้งยังมีรสสัมผัสที่ติดลิ้นอย่างลงตัวพอดิบพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งเหมาะสมกับอาหารจำพวกพาสต้าและเนื้อสัตว์รมควันอย่างยิ่ง นอกจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 13-14%

Woodbridge By Robert Mondavi Cabernet Sauvignon

Woodbridge By Robert Mondavi Cabernet Sauvignon

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Montes Alpha Cabernet Sauvignon

Montes Alpha Cabernet Sauvignon

 

ไวน์ชนิดนี้มาจาก Colchagua Valley ประเทศชิลี โดยประกอบไปด้วยองุ่นมีสองพันธุ์

นั่นคือ Cabernet Sauvignon 90% และ Merlot 10%ในกระบวนการผลิตนั้นใช้เวลา

ในการเก็บเกี่ยวช่วงปลายมีนาคมจนถึงช่วงกลางพฤษภาคม เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจึงนำมาเก็บและอัด

ให้แน่นในภาพที่ดีเยี่ยม ก่อนนำไปหมัก รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่เกิดจากการหมักในถังโอ้กฝรั่งเศส

ที่มีอายุเล็กน้อยทั้งสามถัง โดยหมักองุ่นเพียงแค่ 55% ต่อครั้งเท่านั้นยาวนานกว่า 12 เดือน

ซึ่งทำให้ไวน์นี้มีอายุของไวน์มากกว่า 10 ปี โดยไวน์ชนิดนี้เกิดจากการรังสรรค์และการรวมความคิด

ในการปรุงแต่งไวน์ชนิดใหม่โดยบุคคลทั้งสองท่าน ได้แก่ Aurelio Montes และ Douglas Murray

ซึ่งเป็นนักปรุงไวน์ที่ล้วนมีชื่อเสียงและมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน โดยองุ่นที่ใช้ในกรรมวิธีการผลิตนั้น

ก็เป็นองุ่นที่ถูกคัดแค่เอาพันธุ์ที่ดีที่สุดจากไร่องุ่นของตัวเองมาทำด้วยเช่นกัน

ด้วยไวน์นี้มีสีแดงทับทิมที่เข้มข้น โดยไวน์ชนิดนี้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

ขององุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon ไว้อย่างเข้มข้นและรุนแรง รวมทั้งยังมีกลิ่นขององุ่น

ที่มีสีน้ำตาลเจือจางด้วย นอกจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังมีกลิ่นของมะกอกสีเขียว รวมทั้งยังมีกลิ่นของผล

ไม้สีดำจางๆแลพกลิ่นของโอ้กจางๆที่มีความคลาสสิก

รวมทั้งยังมีกลิ่นต้นสนและกลิ่นของไม้เผาไว้ด้วย

ในส่วนของรสชาตินั้น ไวน์นี้เต็มไปด้วยรสของสตรอเบอร์รี่สุกแบล็กเคอร์แรนท์ลูกเกดสีดำ

ผลไม้หวาน ยังรวมถึง ท๊อฟฟี่ และช็อกโกแลตสร้างความซับซ้อนให้กับรสชาติที่เข้มข้นในปาก

หลังชิมไวน์ตัวนี้แล้วจะสร้างความสมดุลให้กับผิวได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นไวน์ชั้นเลิศที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง

เพื่อใช้สร้างความบันเทิงได้ในอนาคต อีกทั้งกลิ่นหอมของครีมและผลไม้ที่ให้ความรู้สึกที่ดีอย่างยาวนาน

แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับจิบไวน์ Montes Alpha Cabernet Sauvignon คู่กับเนื้อแดง

เนื้อมองโกเลีย สปาเก็ตตี้โบโลเนสซอส ชีส และซี่โครงเนื้อแกะกับซอสเห็ด

และควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 17 – 19 องศาเซลเซียส หรือที่ประมาณ 62-66 องศาฟาเรนไฮต์อีกด้วย

ใดยไวน์ชนิดนี้แนะนำว่าควรที่จะรินเตรียมไว้ในแก้งหรือภาชนะที่ใช้ดื่มอย่างน้อย 30 นาที

เพื่อที่จะรักษาและทำให้กลิ่นกับรสชาติดีที่สุด

นอกจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในระดับ 14.3% อีกด้วย

Montes Alpha Cabernet Sauvignon
Montes Alpha Cabernet Sauvignon

 

สั่งซื้อสินค้า
ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ