Opus One Overture Napa Valley

Opus One Overture Napa Valley

            Opus One Overture Napa Valley นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการผลิตและการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยแบรนด์ไวน์ชั้นนำเป็นระดับแถวหน้าของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปอย่าง Opus One ที่มีการถูกผลิตและมีฐานการผลิตใหญ่ที่ย่านชุมชนที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมอย่าง Napa Valley ซึ่งเป็นชุมชนอยู่ที่เขตการปกครองในเมือง Napa ที่อยู่ทางชายฝั่งตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการนำองุ่นหลากหลายสายพันธุ์กว่า 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon 79%, Cabernet Franc 7%, Petit Verdot 6%, Merlot 6% และองุ่นสายพันธุ์ Malbec 2% มาใช้ในการผลิตด้วยเช่นกัน รวมไปถึงไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตัวไวน์ชนิดนี้ทางผู้ผลิตจะมีการคัดเลือกสายพันธุ์และลักษณะขององุ่นที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดเท่านั้น แล้วทางผู้ผลิตจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กสายพันธุ์เยี่ยมจากประเทสฝรั่งเศสเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 18 เดือนด้วยกัน

            โดยไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีลักษณะภายนอกทีน่าดึงดูดเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นไวน์ที่มีสีของไวน์เป็นสีแดงเข้มอย่างดี รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นของผลไม้ที่มีสีเข้มอย่างดีผสานกันกับกลิ่นของผลไม้ โดยเฉพาะกลิ่นของไวน์ที่มีเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์จากองุ่นเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีรสสัมผัสที่เต็มน้ำเต็มเนื้อ มีความกลมกล่อมและมีความคลาสสิกอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะของผลส้มที่ค่อนข้างเป็นรสชาติของผลไม้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลส้ม ผลเบอร์รี่สีดำและผลเชอร์รี่สำดำด้วยเช่นกัน

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นและรสชาติของผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สีเข้มหลากหลายชนิด ที่ผสานกันกับกลิ่นของผลส้ม ผลเบอร์รี่และเชอร์รี่สีดำกันได้อย่างดีและลงตัวอีกด้วย ซึ่งไวน์ชนิดนี้จึงเหมาะสมในการรับประทานควบคู่กันกับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อวัวและเนื้อกวาง นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 14.5% เพียงเท่านั้น

Opus One Overture Napa Valley

Opus One Overture Napa Valley

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Chateau Pavie Saint Emilion Grand Cru

Chateau Pavie Saint Emilion Grand Cru

            Chateau Pavie Saint Emilion Grand Cru นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาและถูกผลิตขึ้นมาโดยแบรนด์ไวนืที่มีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ยอดนิยมสำหรับวงการไวน์เป็นวงกว้างอย่างChateau Pavie ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตและการนำสูตรการผลิตไวน์ในชุมชนพื้นเมืองจาก Saint Emilion Grand Cru ของเมือง Bordeaux ในประเทศฝรั่งเศส โดยแบรนด์ไวน์ชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ไวน์น้ำดีที่ขึ้นชื่อในการผลิตไวน์จากองุ่นสายพันธุ์ Merlot เป็นระดับแถวหน้าของเมือง Bordeaux เลยทีเดียว

            ซึ่งแบรนด์ไวน์ชนิดนี้ได้มีการนำสูตรและวัฒนธรรมในการผลิตมาจากชาวพื้นเมือง Saint Emilion Grand Cru ของเมือง Bordeaux มาใช้ตั้งแต่สมัยรุ่นสู่รุ่นใหม่อย่างยอดเยี่ยม โดยทางผู้ผลิตนั้นก็เน้นที่จะใช้วัตถุดิบที่พวกเขามีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง อย่าง องุ่นสายพันธุ์ Merlot แท้ 100% มาใช้ในการผลิตในครั้งนี้ โดยทางผู้ที่ผลิตไวน์ชนิดนี้จะนำองุ่นทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือกจากไร่องุ่นของตัวเองเท่านั้นมากลั่นเป็นเวลายาวนานกว่า 8-9 วันในอุณหภูมิ 8 องสาเซลเซียส หลังจากนั้นก็จะนำไปบ่มต่อถังไม้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิเป็นอย่างดีจำนวนสองครั้งด้วยกัน  ได้แก่ ครั้งแรกที่ใช้เวลายาวนานกว่า 36 วัน ส่วนครั้งที่สองจะเป็นการกลั่นไวน์เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 20 วันด้วยกัน ซึ่งการหมักไวน์ในครั้งที่สองจะเน้นในการใช้ถังไม้เนื้อดีเท่านั้น เมื่อทำการบ่มแล้วทางผู้ผลิตจะนำองุ่นที่ผ่านกระบวนการทั้งสามไปหมักลงในถังไม้โอ๊กสายพันธุ์ฝรั่งเศส 80% เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 18 เดือนก่อนจะนำไปบรรจุใส่ขวดเพื่อจำหน่ายต่อไป

            โดยไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีมนต์เสน่ห์ในลักษณะภายนอกเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น สี รส และเนื้อสัมผัสที่ชวนให้น่าลิ้มลองและน่าหลงใหลได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเริ่มแรกจากสีของเนื้อสัมผัสของไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีสีแดงที่ค่อนข้างเข้มทึบแสงและขุ่นกว่าไวน์แดงทั่วไป รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นของไวน์ที่ค่อนข้างมีความสดชื่นและเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่ผสานกันกับกลิ่นของผลเชอรืรี่ เบอร์รี่สีดำ ลูกพลัม กาแฟเอสเปรสโซ่และกลิ่นรมควันอย่างดี ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีรสสัมผัสที่ค่อนข้างเต็มน้ำเต็มเนื้ออย่างดี มีความกลมกล่อม ความเปรี้ยวอมหวานและมีความสมดุลลงตัวพอดี

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็นไวน์แดงที่นักดื่มนิยมและให้ความสนใจกันมากสมกับเป็นไวน์ที่มีราคาที่สูงที่สุดที่ถูกส่งตรงและผลิตมาจากย่านชุมชน Saint Emilion Grand Cru และเป็นไวน์ที่ได้รับความนิยมในการค้นหาเป็นอันดับสามด้วยเช่นกัน นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีรสชาติและกลิ่นของผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นผลเชอร์รี่ ลูกพลัมและผลเบอร์รี่สีดำอย่างดี สมกันกับเป็นไวน์หายากอย่างแท้จริง ซึ่งไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการนำไปรับประทานควบคู่กันกับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวางและเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่และเนื้อเป็ด นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 12-14.6%

Chateau Pavie Saint Emilion Grand Cru

Chateau Pavie Saint Emilion Grand Cru

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Kilkerran 8 Years Old Cask Strength

Kilkerran 8 Years Old Cask Strength

            Kilkerran 8 Years Old Cask Strength นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีชื่อเสียงและมีความนิยมที่ได้รับการสร้างสรรค์และถูกผลิตขึ้นมาภายใต้แบรนด์ไวน์ชื่อดังอย่าง Kilkerran Distillery ที่มีโรงกลั่นเหล้าวิสกี้เป็นของตัวเองที่ตั้งอยู่ในย่านการผลิตเหล้าวิสกี้อย่าง Campbelltown ซึ่งอยู่ในส่วนของชายฝั่งทางด้านตะวันตกของประเทศสกอตแลนด์ในสหราชอาณาจักร โดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นแบรนด์เหล้าวิสกี้ที่เป็นศูนย์กลางของสถานที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่มากมายล้อมรอบส่วนของเมืองKintyre Peninsula

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่เพิ่งมีการถูกผลิตและสร้างสรรค์ขึ้นมาและจัดจำหน่ายภายในช่วงปีค.ศ.2019 และมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งในช่วงปี 2021 ที่เพิ่งผ่านมานี่เอง โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่เกิดจากการนำข้าวบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่ใครหลายคนล้วนรู้จักกันดีว่าเป็นเหล้าที่เกิดจาก ซิงเกิลมอลต์ (Single Malt) มาหมักลงในถังไม้เชอร์รี่สายพันธุ์ Oloroso มาใช้ในการหมักจนทำให้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้มีอายุของเหล้ามากถึง 8 ปีเลยทีเดียว

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่น เนื้อสัมผัสและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของเหล้าวิสกี้ที่ให้กลิ่นอายของความเป็น Old School.รุ่นเก่าอย่างชัดเจน มีกลิ่นเหล้าที่โดดเด่นของผลเชอร์รี่และใบไม้หลากหลายและมีกลิ่นของเบค่อนเล็กน้อยอีกด้วย นอกเหนือจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นของความเป็นอบเชย ผลแอพริคอทและเมล็ดกาแฟชั้นเยี่ยมอีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีรสชาติของเหล้าที่เต็มไปด้วยอบเชยอย่างดี โดยเฉพาะรสสัมผัสของเครื่องเทศเป็นอย่างดีมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีรสชาติของพริกไทยดำ ขิง ผลไม้แห้งและน้ำผึ้ง

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติหรือรสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง มีความหวาน ขมและเผ็ดร้อนเป็นอย่างดี เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระยะเวลาที่ติดและสัมผัสลิ้นที่ค่อนข้างยาวนาน รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 57.1% ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเหล้าวิสกี้ทั่วไป

Kilkerran 8 Years Old Cask Strength

Kilkerran 8 Years Old Cask Strength

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Catena Zapata Malbec Argentino

Catena Zapata Malbec Argentino

            Catena Zapata Malbec Argentino นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งที่มีชื่อเสียงเป็นระดับแถวหน้าของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับต้นๆของทวีปอเมริกาใต้อย่าง Bodegas Catena Zapata ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ชุมชนดังในด้านการผลิตไวน์อย่าง Uco Valley หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Valle de Uco ของเมือง Mendoza ของประเทศอาร์เจนติน่า ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็ยังนับได้อีกว่าเป็นสถานที่แห่งเพาะปลูกองุ่นที่เหมาะสมที่หาได้ยาก

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นอายและมีการผสมผสานของวัฒนธรรมระหว่างกระบวนการผลิตไวน์ระหว่างสองประเทศและสองทวีปอย่างสูตรการผลิตไวน์จากทวีปยุโรปอย่างประเทศฝรั่งเศสกับทวีปอเมริกาใต้อย่างประเทศอาร์เจนติน่า โดยไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีแรงบันดาลใจในการผลิตที่ยอดเยี่ยมและค่อนข้างหายาก เนื่องด้วยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีเกิดจากการนำเอกลักษณ์เด่นจากสถานที่ที่นักปรุงไวน์ได้ไป จำพวกสถานที่โบราณสถานที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ รวมไปถึงสถานที่การสำรวจที่ยังไม่มีใครรู้จัก สถานที่ที่พบในการผจญภัยและสถานที่ที่ได้ไปทั้งหมดมาใช้เป็นลวดลายบนฉลากไวน์และเป็นแนวคิดในการผลิตไวน์ โดยทางผู้ผลิตได้เริ่มต้นเดินทางอออกจากยุโรปมายังทวีปอเมริกา และมีการนำสตรีตัวอย่างจากแต่ละแห่งมาใช้เป็นตัวละครเอกบนฉลากอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งไวน์ชนิดนี้ได้นำเอาองุ่นเพียงแค่สายพันธุ์เดียว ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Malbec มาใช้ในการผลิต และทางผู้ผลิตนั้นก็ได้นำองุ่นมาหมักลงในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสใบใหม่แท้ 100% มาใช้ในการบ่มองุ่นในช่วง 30 วันแรก หลังจากนั้นทางผู้ผลิตก็จะย้ายไปลงในถังไม้โอ๊กชนิดเดียวกันเพื่อหมักต่อเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 18 เดือนด้วยกัน

            โดยไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าไม่ได้มีดีแค่เพียงเรื่องราว ตำนาน และที่มาในการผลิตไวน์เพียงเท่านั้น แต่ว่าไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีสีของเนื้อสัมผัสที่เป็นไวน์แดงที่มีความเข้มข้นที่ค่อนข้างสูงและมีโครงสร้างขององค์ประกอบที่ชัดเจน โดยลักษณะเด่นของกลิ่นและรสชาติของไวน์นั้นจะประกอบไปด้วยผลไม้หลากหลายชนิด เช่นผลเบอร์รี่สีดำ ลูกพลัม ผลเบอร์รี่สีน้ำเงิน และยังมีกลิ่นกับรสชาติเพิ่มเติมของต้นโอ๊ก วานิลลาและช็อกโกแลตอีกด้วย นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีความเข้มข้นที่เบาบางและนุ่มละมุน รวมทั้งยังมีความละเอียดอ่อนในเนื้อสัมผัสมากอีกด้วยเช่นกัน

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง เป็นไวน์ที่มีความเข้มข้นของเนื้อสัมผัสที่สูง มีองค์ประกอบเป็นโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ทว่ากลับมีความเบาบางและนุ่มละมุนของเนื้อไวน์ที่ค่อนข้างหาได้ยากในไวน์ชนิดอื่นๆ รวมไปถึงยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติของผลเบอร์รี่ทั้งดำและนำเงินหลากหลายชนิดที่ผสานตัวกันกับต้นโอ๊ก ลูกพลัม วานิลลาและช็อกโกแลตกันได้อย่างพอดีลงตัว ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อวัว เนื้อแกะและเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่และเนื้อเป็ด นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 14%

Catena Zapata Malbec Argentino

Catena Zapata Malbec Argentino

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Chateau Marquis d’Alesme Becker Margaux

Chateau Marquis d’Alesme Becker Margaux

            Chateau Marquis d’Alesme Becker Margaux นับได้ว่าเป็นไวน์ชื่อดังที่ถูกส่งตรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งแก่นักดื่มไวน์ทั่วทั้งโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรป ซึ่งไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยแบรนด์ไวน์ชื่อดังที่มีคฤหาสน์ โรงกลั่นไวน์และไร่องุ่นของตัวเองอย่าง Chateau Marquis d’Alesme ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตขนาดใหญ่อยู่ที่เมือง Margaux ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตไวน์แดงและเป็นระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองทั้งอยู่ในเขตการปกครองเมือง Bordeaux ของประเทสฝรั่งเศส

            โดยไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนแต่ไม่ซับซ้อนมากนัก ด้วยทางผู้ผลิตนั้นได้มีการนำสูตรการสร้างสรรค์ไวน์ดั้งเดิมจากประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 มาใช้ โดยองุ่นที่ทางผู้ผลิตได้มีการเลือกใช้นั้น ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon 61%, Merlot 33% และองุ่นสายพันธุ์ Petit Verdot 6% มาใช้ในการผลิตไวน์ชนิดนี้ โดยองุ่นที่ใช้นั้นทางผู้ผลิตนั้นจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กสายพันธุ์ฝรั่งเศสใบใหม่กว่า 60% เป็นเวลายาวนานกว่า 18 เดือนเต็มเลยทีเดียว โดยในช่วงสามเดือนแรกนั้นทางผู้ผลิตได้มีการนำไปบ่มและหมักเพื่อเพิ่มอายุของไวน์ก่อน เพื่อทำให้ไวน์มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นกว่าเดิม

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกลิ่น สี เนื้อสัมผัส และรสชาติของไวน์ที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ด้วยกลิ่นในช่วงแรกของไวน์ที่ค่อนข้างโดดเด่นไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ ผลเชอร์รี่สีดำและกลิ่นของเครื่องเทศที่ผสานกันได้อย่างลงตัว บวกกันกับกลิ่นในช่วงกลางและช่วงท้ายที่เริ่มมีความสดชื่นและมีความหวานมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีรสสัมผัสที่ค่อนข้างเต็มน้ำเต็มเนื้ออย่างดี และยังมีความเบาบางที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง นับได้ว่าเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนล้วนจับตาไวน์ชนิดนี้ที่มีความสดใหม่ได้อย่างดีเลยทีเดียว

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งกลิ่นในช่วงเริ่มแรกที่เต็มไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์จากดอกไม้ ผลเชอร์รี่สีดำและเครื่องเทศที่ผสานกันได้อย่างลงตัว เป็นไวน์ที่มีทั้งความหวานและความสดชื่นได้อย่างลงตัว ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวาง และเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่และเนื้อเป็ด นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 13.5%

Chateau Marquis d'Alesme Becker Margaux

Chateau Marquis d’Alesme Becker Margaux

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

19 Crimes Cabernet Sauvignon

19 Crimes Cabernet Sauvignon

            19 Crimes Cabernet Sauvignon นับได้ว่าเป็นไวน์แดงเลื่องชื่อที่ถูกส่งตรงมาจากเมืองผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น บวกกันกับชื่อที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของ 19 Crimes ก็ยิ่งทำให้ไวน์ชนิดนี้ดูมีมนต์เสน่ห์มากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก โดยแบรนด์ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นแบรนด์ไวน์ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตอยู่ที่มลรัฐวิกตอเรียของประเทศออสเตรเลีย

            โดยไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์แห่งความภาคภูมิใจของชาว 19 Crimes และนักดื่มไวน์ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแบรนด์ไวน์ที่มีการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1788 ด้วยฝีมือของนักปรุงไวน์ที่ได้มีการอพยพมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้ทางผู้ผลิตได้รับวัฒนธรรมการผลิตและสูตรการปรุงไวน์อันโดดเด่นมาจากประเทศอังกฤษด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งแบรนด์ไวน์นี้ได้มีการถ่ายทอดเรื่องราวการผลิตไวน์ผ่านเรื่องราวการเดินทางร่วมเดือนของนักปรุงไวน์ โดยทางผู้ผลิตนั้นมีการนำองุ่นเพียงแค่สายพันธุ์เดียวมาใช้ในการผลิตไวน์ชนิดนี้ ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon แท้ 100% มาใช้ โดยองุ่นยอดนิยมชนิดนี้ทางผู้ผลิตจะนำลงไปหมักในถังไม้โอ๊กสายพันธุ์เยี่ยมจากประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งหมดด้วยเช่นเดียวกัน

            ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวและความเป็นมาของไวน์ชนิดนี้เท่านั้นที่สามารถดึงดูดนักดื่มทั่วโลกให้หันมาสนใจไวน์ชนิดนี้ได้ แต่ว่ามนต์เสน่ห์จริงของไวน์ชนิดนี้คือลักษณะของเนื้อสัมผัสและลักษณะภายนอกต่างหาก โดยไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์แดงชั้นเยี่ยมที่มีสีของเนื้อสัมผัสเป็นสีแดงสดสว่างไสว บวกกันกับกลิ่นของไวน์ที่มีความเข้มข้นไปด้วยกลิ่นของวานิลลาที่ผสานกันกับกลิ่นของผลเคอร์แรนสีแดง ดอกไวโอเลต และผลมัลเบอร์รี่ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังมีรสสัมผัสที่ค่อนข้างหวานหอมและเต็มน้ำเต็มเนื้อได้เป็นอย่างดี มีรสชาติที่โดดเด่นของวานิลลาและผลเคอร์แรนสีแดงที่เข้ากันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่น สี เนื้อสัมผัส และรสชาติที่ยอดเยี่ยม น่าแนะนำให้แก่คนรอบข้างเป็นอย่างยิ่ง ด้วยสีของเนื้อสัมผัสที่เป็นสีแดงสวยงามราวกับสีของเนื้อไวน์ชั้นดีที่ผสานกันกับกลิ่นและรสชาติที่หวานหอมจากวานิลลาและผลเคอร์แรนสีแดง ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการรับประทานควบคู่กันกับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อวัว เนื้อแกะและเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อเป็ดและเนื้อไก่ นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 13.5% อีกด้วยเช่นกัน

19 Crimes Cabernet Sauvignon

19 Crimes Cabernet Sauvignon

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Label 5 Premium Reserve 12 Years Old

Label 5 Premium Reserve 12 Years Old

            Label 5 Premium Reserve 12 Years Old นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเหล้าวิสกี้ที่ถูกสร้างสรรค์และผลิตขึ้นมาจากฝีมืออันล้ำเลิศในการผลิตเหล้าวิสกี้จากแบรนด์เหล้าที่มีชื่อเสียงอย่าง Label 5 ที่นับได้ว่าเป็นบริษัทจากประเทศฝรั่งเศสที่มีการนำต้นแบบมาจากบริษัทเหล้าวิสกี้ชื่อดังอย่าง La Martiniquais ที่ยังนับได้ว่าเป็นเจ้าของเหล้าวิสกี้ชนิดนี้อีกด้วย โดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชนิดนี้จะมีถิ่นฐานการผลิตหลักอยู่ที่ย่านชุมชนที่มีความสามารถและได้รับการสืบทอดสูตรการปรุงเหล้าวิสกี้ที่มีมาอย่างยาวนานอย่างSpeyside ที่อยู่ในประเทศสกอตแลนด์ของสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีชื่อเสียงในการใช้สูตรการผลิตเหล้าวิสกี้ต้นตำรับอย่างโรงกลั่นเหล้าวิสกี้ Glen Moray ที่อยู่ในย่านชุมชน Speyside ที่มีการนำข้าวธัญพืชชั้นเยี่ยมที่สุดที่ได้มีการเก็บเกี่ยวและคัดเลือกสายพันธุ์ชั้นเยี่ยมมาใช้ในการผลิตในครั้งนี้ แต่ว่าทางผู้ผลิตนั้นต้องการเพิ่มองค์ประกอบของเหล้าวิสกี้ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มเหล้าวิสกี้ที่มีการผลิตขึ้นมาจากข้าวมอลต์มาใช้ในการผลิต

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีลักษณะภายนอกที่น่าเชิญชวนให้ลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสีของเนื้อสัมผัสที่เป็นสีทองสว่างสวยงามอย่างยิ่ง รวมไปถึงกลิ่นของเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นของเหล้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสดชื่น ความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่ก็กลับมีความเบาบางในเนื้อสัมผัสด้วยเช่นเดียวกัน โดยองค์ประกอบของเหล้าวิสกี้ที่โดดเด่นนั้นมาจากกลิ่นผลไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะอ่างยิ่งลูกแพร ผลเชอร์รี่และผลไม้สด รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีรสสัมผัสที่นุ่มนวลและบางเบาอย่างหาได้ยากในเหล้าวิสกี้ชนิดอื่นๆ

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นอย่างยิ่ง เป็นเหล้าที่มีความสดใหม่และสามารถสร้างความสดชื่นแก่นักดื่มอยู่ตลอดเวลา รวมไปทั้งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีความโดดเด่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลและเบาบางของผลไม้สด โดยเฉพาะความหวานจากลูกแพรและผลเชอร์รี่ที่เป็นเอกลักษณ์เป็นพิเศษ นอกเหนือจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 40% ซึ่งนับได้ว่าเป็นระดับมาตรฐานของเหล้าวิสกี้ทั่วไป

Label 5 Premium Reserve 12 Years Old

Label 5 Premium Reserve 12 Years Old

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Aisla T’Orten 105 Years Old

Aisla T’Orten 105 Years Old

            Aisla T’Orten 105 Years Old นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมที่ถูกผลิตและสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมอย่าง Aisla T’Orten ที่มีโรงกลั่นเหล้าวิสกี้เป็นของตัวเองและได้รับมาตรฐานอย่างดี รวมทั้งยังมีฐานการผลิตเหล้าวิสกี้ขนาดใหญ่อยู่ที่ย่านชุมชนที่มีชื่อเสียงและได้รับการรองรับจากผู้คนทั่วทั้งโลกว่าเป็นดินแดนที่มีความสามารถในการผลิตเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมเป็นระดับแถวหน้าของโลกอย่างเมือง Highlands ทางประเทศสกอตแลนด์ของสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีอายุของเหล้าวิสกี้มากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าที่มีอายุมากถึง 105 ปี เนื่องจากเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการผลิตขึ้นมาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1906 ซึ่งแทบหาไม่ได้เลยว่าจะมีเหล้าวิสกี้ไหนที่มีอายุมากถึงขนาดนี้ โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีราคาแพงที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน โดยทางผู้ผลิตได้มีการนำข้าวบาร์เลย์แท้ 100% มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตในครั้งนี้ และนำวัตถุดิบทั้งหมดลงไปหมักในถังไม้เชอร์รี่เก่าแก่

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีลักษณะภายนอกของเหล้าวิสกี้ที่ค่อนข้างโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีสีของเนื้อสัมผัสเป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบเป็นสีน้ำตาลแดง รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นของเหล้าวิสกี้เป็นกลิ่นของดอกไม้เฉพาะหลากหลายสายพันธุ์ เป็นกลิ่นที่มีความทรงพลังตามสไตล์ไม้เชอร์รี่สายพันธุ์ Oloroso ชั้นเยี่ยม รวมทั้งยังเป็นเหล้าที่มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมอย่างกับเหล้าที่ผลิตออกมาจากสวรรค์กันเลยทีเดียว ด้วยความหวานที่พอดีและความนุ่มนวลราวกับครีมที่ลงตัว ทำให้เหล้าชนิดนี้โดดเด่นและเอร็ดอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็นเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมที่มีอายุมากที่สุกถึง 105 ปีและมีราคาแพงที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน นับได้ว่าเป็นเหล้าที่มีความประทับใจที่เฉพาะตัว มีความยอดเยี่ยมเพียงไม่กี่อย่างแต่กลับสร้างความประทับใจให้อย่างไม่รู้ลืมเลยทีเดียว นอกเหนือจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 40.7%

Aisla T'Orten 105 Years Old

Aisla T’Orten 105 Years Old

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Dalmore 62 Years Old

Dalmore 62 Years Old

            Dalmore 62 Years Old นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมที่ถูกผลิตและสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมอย่าง Dalmore ที่มีโรงกลั่นเหล้าวิสกี้เป็นของตัวเองและได้รับมาตรฐานอย่างดี รวมทั้งยังมีฐานการผลิตเหล้าวิสกี้ขนาดใหญ่อยู่ที่ย่านชุมชนที่มีชื่อเสียงและได้รับการรองรับจากผู้คนทั่วทั้งโลกว่าเป็นดินแดนที่มีความสามารถในการผลิตเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมเป็นระดับแถวหน้าของโลกอย่างเมือง Highlands ทางประเทศสกอตแลนด์ของสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับคุณภาพในการผลิตที่ค่อนข้างสูงระดับแพลตินัมจากการผลิตในโรงกลั่นเหล้าวิสกี้ของเมือง Highland ไม่เพียงแค่นั้นเหล้าชนิดนี้จะมีการอ้างอิงวัฒนธรรมการผลิตจากเมืองผู้ดีอย่างเมืองลอนดอนของประเทศอังกฤษมาประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกัน โดยทางผู้ผลิตนั้นจะมีการนำเข้าบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่ใครหลายคนต่างให้ชื่อเรียกว่าเป็น “เหล้าซิงเกิลมอลต์ (Single Malt)” มาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตในครั้งนี้ โดยวัตถุดิบทั้งหมดที่ผ่านการเลือกสรรจากทางผู้ผลิตนั้นจะนำถังไม้โอ๊กจาก Dalmore โดยเฉพาะมาใช้ในการหมักเหล้าวิสกี้ครั้งนี้

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่น สีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งตามนักปรุงเหล้าวิสกี้ที่มีชื่อเสียงอย่าง Richard Paterson ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าที่มีสีของเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเป็นสีน้ำตาลเข้มออกดำ ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากมากในกลุ่มเหล้าวิสกี้ทั่วไป โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างเข้มข้นสมกับเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมที่มีราคาแพงที่สุดจากแบรนด์เหล้าชนิดนี้ รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองให้ Alexander Matheson ได้เป็นเจ้าของคฤหาสน์และแบรนด์เหล้าวิสกี้นี้อย่างเต็มตัว

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมและน่าดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง สมกับราคาที่ค่อนข้างสูงมากเป็นระดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ โดยเหล้านี้เป็นการใช้สูตรต้นฉบับในการผลิตจากปีค.ศ.1942 มาใช้ และยังเป็นเหล้าที่มีการผลิตขึ้นมาเพียงแค่ 12 ขวดเท่านั้นที่ผลิตภายในปีนั้น นอกเหนือจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 40.5%

Dalmore 62 Years Old

Dalmore 62 Years Old

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

The Balvenie 50 Years Old

The Balvenie 50 Years Old

            The Balvenie 50 Years Old นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมที่ขึ้นชื่อในเรื่องการผลิตที่มีคุณภาพและผลิตภัณฑ์ก็ได้รับความนิยมเป็นระดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะในแถบทวีปยุโรปอย่าง The Balvenie ที่มีโรงกลั่นเหล้าวิสกี้เป็นของตัวเอง รวมทั้งยังเป็นแบรนด์เหล้าวิสกี้ที่มีชื่อเสียงและมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่ย่านชุมชน Speyside ที่มีชื่อเสียงในการผลิตเหล้าวิสกี้เป็นระดับหนึ่งในสิบของโลก โดยบริเวณนี้จะอยู่ในเขตการปกครองของประเทศสกอตแลนด์ในสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการนำข้าวบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่คนส่วนใหญ่ต่างรู้จักกันดีในชื่อว่า “เหล้าซิงเกิลมอลต์ (Single Malt)” มาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต โดยทางผู้ผลิตจะเลือกและคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาใช้ในการผลิตเหล้าวิสกี้ในครั้งนี้ โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ทางผู้ผลิตจะนำวัตถุดิบทั้งหมดลงในถังไม้โอ๊กเชอร์รี่สายพันธุ์ยุโรปอย่างดี และนำวัฒนธรรมการหมักเหล้าวิสกี้ที่ได้มาจากถังรุ่น 5576 มาใช้ โดยเหล้าชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีอายุเท่ากับครึ่งศตวรรษหรือประมาณ 50 ปี ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแก่นักปรุงเหล้าวิสกี้ชั้นเยี่ยมอย่าง David Stewart ที่มีอายุครบรอบ 50 ปี

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีลักษณะภายนอกของเหล้าวิสกี้ที่ยอดเยี่ยม น่าสนใจและน่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสีของเนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติของเหล้าวิสกี้นี้ โดยเริ่มแรกจากสีของเนื้อสัมผัสที่เป็นสีเหลืองทองอำพัน รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นของเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นที่เต็มไปด้วยดอกไม้และผลไม้ที่มีกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรงอย่างยิ่ง โดยกลิ่นของเหล้าวิสกี้นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นของผลส้ม เปลือกส้ม น้ำผึ้ง วานิลลา อบเชยและต้นโอ๊ก ไม่ใช่เพียงแค่นั้นเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง เป็นรสชาติที่น่ามหัศจรรย์ไปด้วยความนุ่มละมุนไปด้วยกลิ่นผลไม้ โดยเฉพาะผลส้มที่สวยงามที่ผสานกันกับกลิ่นของอบเชย จันทน์เทศ น้ำผึ้งและต้นโอ๊กอย่างดี

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมและมีความคล้ายคลึงกันอย่างมหัศจรรย์อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นและรสชาติที่เต็มไปด้วยผลส้ม เปลือกส้ม อบเชย จันทน์เทศ น้ำผึ้ง วานิลลาและต้นโอ๊กอย่างดี นอกเหนือจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 42.8%

The Balvenie 50 Years Old

The Balvenie 50 Years Old

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com