Bodegas y Viñedos Alión Ribera del Duero

Bodegas y Viñedos Alión Ribera del Duero

 

เรียกได้ว่าสำหรับไวน์สไตล์วินเทจอย่าง Alion ในรุ่นปี 2017 นี้นั้น เป็นไวน์แดงที่ได้จากการผสมผสานกันระหว่าง Ribera del Duero ที่ผสมไวน์กับ Tinto Fino, Syrah, Tempranillo, Petit Verdot และ Graciano จากปี 2017 และมีปริมาณแอลกอฮอล์บรรจุขวดที่ความเข้มข้น 15%

จุดเด่นอยู่ที่ไวน์ที่ได้จากองุ่นที่มีการควบคุมความสุกงอมและพลังอันสมดุล มีสารแทนนินจะมีฤทธิ์รุนแรงขึ้นจากการดื่มสักพัก เป็นกลิ่นอายคลาสสิกของ Alión ที่มีกลิ่นที่พัฒนา มีความฉ่ำและกลมกล่อมแต่ไม่หนักแน่นจนเกินไป มีกลิ่นอายของความเรียบง่ายแบบเอิร์ธโทน เมื่อเวลาผ่านไปกลิ่นจะพัฒนาไปเป็นลักษณะเฉพาะของบัลซามิกและชะเอมเทศมากขึ้น

โดยรวมเป็นไวน์ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ซับซ็อนเฉพาะตัว สามารถดื่มได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันสบายๆสำหรับคุณได้อย่างเยี่ยมยอด

 

 

Bodegas Pintia Toro Pintia

Bodegas Pintia Toro Pintia

 

ไวน์แดงสัญชาติสเปนจาก La Bodega Pintia ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Vega Sicilia ที่มีชื่อเสียง ได้วัตถุดิบมาจากองุ่นจากเถาองุ่นเก่าแก่ของ Tinta de Toro ซึ่งหลังจากการหมักด้วยแอลกอฮอล์แล้วนั้น การหมักและการบ่มจะเกิดขึ้นเป็นเวลาถึง 12 เดือนในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส (70%) และถังไม้โอ๊คอเมริกัน (30%)

จุดเด่นของไวน์รุ่นนี้อยู่ที่ สีสันของไวน์ที่ออกแดงทับทิมเข้มข้นมาก กลิ่นหอมจากช่อดอกไม้ที่แสดงออกถึงความสง่างามผสานกับกลิ่นของผลไม้เข้มข้นด้วยกลิ่นโอ๊คอ่อนๆ รสชาติและรสสัมผัสที่มีโครงสร้างดีมาก มีความสมดุลและมีความเข้มข้นกลมกล่อม

โดยรวมเป็นไวน์ที่มีความน่าสนใจ มีรสชาติเฉพาะตัวเข้มข้นซับซ้อน เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับอาหารประเภท เนื้อแดง เกม (เนื้อกวาง) แพะย่าง อาหารประเภทรสจัดและชีสแข็ง เป็นอย่างมาก

Bodegas Benjamin de Rothschild & Vega Sicilia Rioja Macan Clásico

Bodegas Benjamin de Rothschild & Vega Sicilia Rioja Macan Clásico

 

ไวน์แดงสัญชาติสเปนจากภูมิภาค Rioja ที่สื่อถึงความหรูหรา ความร่่ำรวย และความเข้มข้น โดยได้องุ่นพันธุ์ Tempranillo แบบ 100% ซึ่งเป็นองุ่นพื้นเมืองมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์ไวน์ชั้นดีตัวนี้ออกมาอย่างปราณีตพิถีพิถันนั่นเอง โดยผ่านกระบวนการกลั่นในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส และบรรจุขวดแบบจุกคอร์กอย่างสวยงาม

จุดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสที่มีความเข้มข้นและสีที่ออก dark cherry ผสานกับขอบสีน้ำตาลแดง กลิ่นเฉพาะตัวจากผลไม้สุก, ไม้, ยาสูบ, เครื่องเทศหวาน, ผลไม้สีดำ ให้รสสัมที่เพดานปากจากรสเผ็ดและมีแทนนินสุกยาว มีรสสัมผัสที่คงค้างอยู่ในปากเนิ่นนานตั้งแต่คำแรก

โดยรวมเรียกได้ว่าเป็นไวน์ชั้นเลิศอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามอง สามารถรับประทานเข้ากันได้ดีกับอาหารประเภทเสต็กเนื้อวัว สามารถเคียงคู่เป็นดินเนอร์สุดหรูพร้อมคนพิเศษของคุณได้แบบสุดๆ

 

Bodegas y Viñedos San Roman Toro Viña San Román

Bodegas y Viñedos San Roman Toro Viña San Román

 

เหล้าองุ่นรุ่นปี 2017 สัญชาติสเปน โดยได้มาจากไร่องุ่นชื่อดัง ด้วยความสนใจของครอบครัวการ์เซียในโตโรเริ่มต้นขึ้นในปี 1995 ที่ได้มาการเฝ้าติดตามไร่องุ่นเก่าแก่หลายแปลงทางตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคกำหนดแหล่งกำเนิด จนในปี 1996 พวกเขาได้ซื้อไร่องุ่นและที่ดินแห่งแรกเพื่อย้ายเข้าไปอยู่ในโครงการนี้ในเมือง Pedrosa del Rey, Villaester และ San Román de Hornija ในจังหวัดบายาโดลิด โรงกลั่นเหล้าองุ่นในเปโดรซา เดล เรย์ก็ได้เปิดตัวในปี 1997 และขยายพื้นที่ไร่องุ่นในอีกไม่กี่ปีต่อมาในเมืองโมราเลส เด โตโร เพื่อรังสรรค์ไวน์คุณภาพเยี่ยมมาตลอดนั่นเอง

จุดเด่นอยู่ที่สีแดงของไวน์ที่มีความเด่นชัดที่ได้แสดงถึงโอ๊คมากมาย พร้อมด้วยรสโกโก้และกาแฟ แกนกลางที่สุกและสว่างของพลัม บลูเบอร์รี่ และแคสซิสช่วยให้ทุกอย่างมีความสมดุล ด้วยแทนนินที่เข้มข้นและผสมผสานอย่างดีเข้ากับความเป็นกรดสดได้อย่างลงตัว

โดยรวมเป็นไวน์จากสเปนชั้นเลิศที่น่าสนใจ ด้วยรสชาติที่มีความหนักแน่นซับซ้อน เหมาะสำหรับการดื่มในช่วงเวลาอันแสนพิเศษแบบสุดๆ

 

Clos Beauregard-Pomerol

Clos Beauregard-Pomerol

 

ไวน์แดงสัญชาติฝรั่งเศส รุ่นปี 2013 จากโรงกลั่นไวน์ชื่อดังอย่าง Pomerol & Lalande de Pomerol โดยได้รังสรรค์และใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจากองุ่นพันธุ์พื้นเมืองถึงสามสายพันธุ์ในกระบวนการผลิตอย่าง Merlot, Cabernet Sauvignon และ Petit Verdot ที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพันธุ์องุ่นไวน์แดงเลยทีเดียว

จุดเด่นและกลิ่นเฉพาะตัวของไวน์แดงรุ่นนี้นั้นอยู่ที่ สีสันของไวน์สีแดงเข้มที่มีโครงสร้างและมีความสมดุลลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ รสสัมผัสนั้นอุดมไปด้วยสีและรสชาติของผลไม้สุกที่จะปรากฏเด่นชัดที่จมูกพร้อมกับกลิ่นขนมปังปิ้งที่แฝงอยู่จางๆ รวมถึงกลิ่นหอมจากช่อดอกไม้ที่ซับซ้อนแต่สง่างาม เป็นไวน์ที่มีรสชาติเข้มข้นและมีโครงสร้างเยี่ยมยอดเป็นอย่างมาก

โดยรวมแล้วเป็นไวน์ที่ให้รสสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ กลิ่นหอมของช่อดอกไม้นานาพรรณสัมผัสได้ถึงผืนป่าที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ เหมาะสำหรับอร่อยเพลิดเพลินไปกับอาหารมื้อค่ำหรูหราอย่าง เนื้อแดง, เนื้อแกะ, ไก่งวงและเป็ดย่าง พร้อมครอบครัวแสนพิเศษของคุณแบบสุดๆ

Single Cask Komagatake

Single Cask Komagatake

คอนเซปต์ที่น่าสนใจของวิสกี้ชั้นดีสัญชาติญี่ปุ่น โดนฉลากขวดนั้นได้สะท้อนถึงบาร์นิวยอร์คของทิฟฟานี่บาร์ในฮ่องกงที่น่าสนใจ โดยยังประกอบไปด้วย บาร์ โต๊ะ และเก้าอี้ ซึ่งสุภาพบุรุษสองคนในภาพโดยคนที่มีแก้วอยู่ในมืออาจเป็นลาร์ส รูคเกอร์ นั่นเอง

จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นจาก เชอรี่ hogshead น้ำเชื่อมสีทอง, รากชะเอม, ข้าวบาร์เลย์หวาน, กลีบกุหลาบ, ลูกพลัม, โอ๊คหวาน ซึ่งเมื่อได้เติมวิสกี้ด้วยน้ำจะทำให้มีกลิ่นหอมมากขึ้นและความหวานมากขึ้น กลิ่นของผลไม้สุก และ Sauternes เล็กน้อย รสชาติเสร็จสิ้นของพีทที่ละเอียดอ่อนและความหวานของข้าวบาร์เลย์รวมถึงผลไม้แห้งอุ่น ๆที่มีความสมดุลเป็นอย่างมาก

โดยรวมเป้นวิสกี้สัญชาติญี่ปุ่นชั้นดีที่สื่อถึงความอบอุ่น ความเป็นกันเอง และสามารถดื่มได้อย่างง่าย ไม่ฉุน สามารถดื่มท่ามกลางค่ำคืนวันสบายๆเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

Kaiken Mai The First Malbec

Kaiken Mai The First Malbec

 

ไวน์แดงสัญชาติอาร์เจนติน่า สี  Intense red  ที่มาจากแถบที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Argentina / Mendoza  ด้วยการนำองุ่นสายพันธุ์ชั้นดีอย่าง Malbec และสไตล์การทำไวน์แบบ  Argentinian Mendoza Malbec Red อีกทั้งการหมักผ่านไม้โอ้คฝรั่งเศษ  ทำให้ไวน์ขวดนี้ได้รับทั้งความประทับใจเป็นอย่างมาก

กลิ่นสัมผัส : ไวน์ขวดนี้มีกลิ่นสัมผัสของไม้โอ้คที่ชัดเจนมาก มีกลิ่นสัมผัสของวานิลลา ช็อกโกแลต และตามด้วยกลิ่นสัมผัสของความเป็นฟรุตตี้อย่าง ผลไม้สีเข้มนานาชนิด เช่น พลัม แบล็คเบอร์รี่ และตามด้วยหนัง เอิร์ธตี้ นอกจากนี้คุณจะได้กลิ่นสัมผัสของความเผ็ดร้อนจากพริกไทย ยูคาลิปตัส และอบเชยตามลำดับ

รสสัมผัส : รสสัมผัสของไวน์ขวดนี้มีความเข้มข้นในระดับสูง มีความแทนนิน มีความดรายที่ค่อนข้างสูง และค่อนข้างอะซิดิค นอกจากนี้ยังมีรสสัมผัสของผลไม้สุกนานาชนิดที่ให้ทั้งความเปรี้ยวและความเข้มข้นของไวน์ เพื่อให้รสชาติที่ดีควรดื่มคู่กับเมนูเนื้อและแกะ

 

East London Liquor Company Single Malt

East London Liquor Company Single Malt

สุดยอดซิงเกิลมอลต์วิสกี้ในลอนดอนตะวันออกที่ปรุงด้วยส่วนผสมของอดีตบูร์บองและวิสกี้ข้าวไรย์จากโซโนมาและเคนตักกี้มีกลิ่นหอมของช็อกโกแลตนม เนยถั่ว หญ้าแห้งสด และบิสกิตเนย เพดานปากมีกลิ่นของอัลมอนด์ขม บิสกิต มะเขือเทศสีเขียวและน้ำมันดินเบา พร้อมด้วยเนยถั่วเล็กน้อย

โดยจุดเด่นของวิสกี้รุ่นนี้อยู่ที่กลิ่นหอมของไม้โอ๊คโปร่งสบายราวกระดาษและกลิ่นหอมจาก ‘Nice biscuit’ ที่เป็นแบบบิสกิตเนยถั่ว ถังไม้โอ๊คอเมริกันที่สะอาดมีรสชาติออกเค็ม กลมกล่อม สดใหม่เล็กน้อยแต่ติดแน่นมาก รสสัมผัสของไวท์ช็อกโกแลตและรสสัมผัสของเมล็ดกาแฟและหมากฝรั่งสร้างขึ้นมาเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ความเป็นเอสเทอร์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเมื่อคุณดื่มไปสักระยะ รสสัมผัสจากพีทและเปลือกผลไม้ขี้ผึ้ง Sasparilla มีความกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์

โดยรวมเรียกได้ว่าเป็นวิสกี้ที่มีรสสัมผัสชั้นดีและน่าประทับใจ แม้จะเป็นวิสกี้น้องใหม่อายุไม่มาก แต่กลับสร้างความประทับใจให้แก่นักดื่มวิสกี้ในหลายๆประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

Flaming Heart Blended Malt

Flaming Heart Blended Malt

 

สำหรับ Compass Box นั้นเรียกได้ว่าเป็นวิสกี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเสมอมา ซึ่งรุ่นนี้เป็นการทำซ้ำเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ของ Flaming Heart ซึ่งเริ่มจำหน่ายครั้งแรกในปี 2006 ประกอบด้วยซิงเกิลมอลต์วิสกี้ 100% มีส่วนประกอบ ถึง5 ส่วน โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยมอลต์ Caol Ila และ Deanston ที่มีอายุ 19 ปีและ 15 ปีและดีนสตันแบบเติมในถัง hogsheads ด้วยบิตเล็ก ๆ แต่ทรงพลังของ Clyenlishอายุ 23 ปีจาก hogshead แบบเติมผสมเข้าด้วยกันได้รสชาติวิสกี้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์สุดๆ

จุดเด่นอยู่ที่วิสกี้มีขนาดกว้างใหญ่และมีความเป็นกลิ่นควันมาก โดยมีองค์ประกอบจากน้ำทะเลและความเป็นธรรมชาติที่ได้ตัดความหวานและมีเครื่องเทศที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าวิสกี้นี้ได้มอบรสชาติแบบลีกที่ยิ่งใหญ่ให้แก่คุณแบบสุดๆ

โดยรวมเป็นวิสกี้ที่มีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน มีความใส่ใจ มีความหนักแน่นและมีกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์ ดื่มง่าย เหมาะสำหรับการดื่มในค่ำคืนที่มีความสบายๆพร้อมคนพิเศษของคุณได้อย่างดีเยี่ยม

Benrinnes 121Year Old

Benrinnes 121Year Old

 

วิสกี้รุ่นอายุ 21 ปีจากโรงกลั่นที่ได้ใช้ระบบ “การกลั่นแบบสามส่วน” โดยเป็นการกลั่นไวน์ต่ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตในการกลั่นครั้งที่สองและจะถูกกลั่นอีกครั้งในครั้งที่สามซึ่งในกระบวนการนี้นั้นเป็นการกลั่นแบบใหม่ที่เรียกได้ว่าโรงกลั่น Benrinnes นั้นเป็นหนึ่งในโรงกลั่นไม่กี่แห่งในสกอตแลนด์ที่ยังคงใช้อ่างหนอนเพื่อทำให้วิสกี้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แบบสุดๆนั่นเอง

จุดเด่นอยู่ที่วิสกี้สีคอปเปอร์ที่มีกลิ่นหอมจากสตรอเบอร์รี่, คาราเมลปิ้ง, มัสค์แตงเล็กน้อย ให้รสชาติจากแคนตาลูป แตงกับลูกเกดและกากน้ำตาล ด้วยการเปิดรสชาติถูกนำด้วยรสของผลไม้ขนาดใหญ่พร้อมกับกลิ่นฉุนเล็กน้อยที่ผสมผสานกับมอลต์ได้ดี

โดยรวมเป็นวิสกี้ที่ให้ความรู้สึกถึงรสชาติที่หลุดออกมา มีความเป็นน้ำเล็กน้อย จากนั้นมีส่วนของรสฝาดเข้ามาแทรกอย่างเร่งรีบ เป็นรสชาติซับซ้อนที่น่าอัศจรรย์ เหมาะสำหรับดื่มในวันสบายๆแบบสุดๆ

error: Content is protected !!