Category Archives: Wine

รีวิวไวน์ Wine โดย รีวิวเหล้านอก.com

Croix de Beaucaillou

Croix de Beaucaillou

            Croix de Beaucaillou Saint-Julien นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยแบรนด์ผลิตไวน์ชื่อดังอย่าง Château Ducru-Beaucaillou ซึ่งตั้งอยู่ทางเมือง Saint Julien ใน Medoc, Bordeaux บริเวณทางดานตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตไวน์ประเภท Pauillac และ. Margaux อย่างยิ่ง โดยไวน์ชนิดนี้เป็นการผสมรวมกันระหว่างองุ่นมีชื่อทั้งสองชนิด ได้แก่ องุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon 90% และองุ่นพันธุ์ Merlot 10% ด้วยกัน รวมทั้งองุ่นที่เลือกใช้นั้นจะต้องเป็นองุ่นที่มีการเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนตุลาคมโดยองุ่นทั้งหมดจะถูกนำไปหมักลงในถังโอ๊กใบใหม่เท่านั้นเป็นเวลายาวนานกว่า 18-20 เดือนด้วยกัน หลังจากที่ผ่านการอบในถังสแตนเลสแล้ว 7 วัน

            สำหรับ Croix de Beaucaillou 2011 ไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีลักษณะของเนื้อสัมผัส กลิ่นและรสที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสีของเนื้อสัมผัสที่เป็นสีค่อนไปทางดำแดง รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติของดอกไม้มาเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้นก็จะมีกลิ่นและรสชาติของผลไม้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ทั้งที่มีสีแดงและมีสีดำ รวมทั้งยังมีรสชาติที่นุ่มนวลติดตราตรึงใจใครต่อหลายคนอีกด้วย โดยรวมแล้วนับได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีคุณสมบัติพร้อมในการรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรับประทานกับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัวและเนื้อกวาง รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ  12-15ปีและมีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 15% อีกด้วย

Croix de Beaucaillou

Croix de Beaucaillou

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Vega Sicilia Unico

Vega Sicilia Unico

            Vega Sicilia Unico นับได้ว่าเป็นไวน์ในโลกของไวน์ยุคปัจจุบัน ไวน์สเปนคุณภาพระดับหลุดโลก และ Vega Sicilia โดยเฉพาะรุ่น Unico ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ที่ดีที่สุด  แพงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของสเปน ซึ่ง Vega Sicilia Unico 2006 เป็นไวน์ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายของไม้โอ๊กอเมริกันและรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในปาก เนื่องจากไวน์ Vega Sicilia จะถูกบ่มไว้ในถังโอคนานับ 10 ปี ทำให้รสชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเมื่ออยู่ถังไม้โอ๊กขนาดใหญ่ครบ 1 ปีแล้ว จะถ่ายไปบ่มต่อในถังโอ๊กขนาดเล็กซึ่งเป็นถังโอ๊กใบใหม่อีก 2 ปี ขั้นตอนนี้ในปีแรกไวน์จะถูก Racking หรือเรียกว่าเป็นการถ่ายไวน์จากถังหนึ่งไปยังอีกถังหนึ่ง โดยทิ้งตะกอนไว้ที่ถังเดิม เป็นการทำให้ไวน์ใสโดยธรรมชาติ และจะทำในขั้นตอนการบ่มไวน์ จะทำ 4 ครั้งในปีแรก ปีที่ 2 จะทำ Racking อีก 2 ครั้ง  จากนั้นถ่ายไปบ่มต่อในถังโอ๊กเก่าอีก  4 ปี จึงบรรจุขวด แล้วบ่มในขวด อีก 2-3 ปี จึงวางตลาด Vega Sicilia Unico เป็นรุ่นที่มีวินเทจ และผลิตเฉพาะปีที่ดี ๆ ดังนั้นบางปีจึงไม่มีการผลิต วางตลาดอย่างน้อย 10  หลังการบ่ม และสามารถเก็บได้อีก 15 – 20 ปีหรือมากกว่านั้น  เป็นไวน์ที่มีกลิ่นและรสผลไม้หนักแน่นเข้มข้น เครื่องเทศ ใบยาสูบ ผลเบอร์รีสีดำ และโอ๊กหอมกรุ่น แม้จะเก่าแก่ขนาดไหนก็ยังมีความเป็นกรดก็ยังดีอีกด้วย

            Vega Sicilia ผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงที่สุดของสเปนมีรากฐานมาจากปีพ. ศ. 2407 โรงกลั่นไวน์ Vega Sicilia น่าจะเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ของสเปนที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับนานาชาติ ก่อตั้งโดย Eloy Lecanda ในปี 1864 ตลอดระยะเวลาเกือบ 150 ปีของประวัติศาสตร์ แม้ว่าเจ้าของโรงกลั่นไวน์จะเปลี่ยนไป แต่ไวน์ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนไว้ได้อย่างดีไม่ว่าจะเป็นเข้มข้น ประเภท และความสง่างามมาก ในปัจจุบัน Vega Sicilia เป็นของ Alvarez Mezquíriz ซึ่งซื้อมาในปี 1982 โดยเป็นที่จับตามองว่าอยู่ในระดับแนวหน้าเกี่ยวกับนวัตกรรมล่าสุดในกระบวนการปลูก การผลิตไวน์ และรวมไปถึงการขยายพื้นที่ไร่องุ่นอีกด้วย องุ่นที่ปลูกนั้น ได้แก่ Tempranillo, Cabernet Sauvignon, Merlot และ Malbec ส่วนผสมของ Vega Siclia โดยทั่วไปมีประมาณ 70% Tempranillo, 20% Cabernet Sauvignon และส่วนที่เหลือประกอบด้วยองุ่นสายพันธุ์ Merlot และองุ่นสายพันธุ์ Malbec Vega ในส่วนของไวน์ Sicilia Unico Reserva และไวน์ Vega Sicilia Unico Reserva Especial ซึ่งเป็นไวน์ที่สามผสมผสานทั้งสามวินเทจร่วมกัน

Vega Sicilia Unico

Vega Sicilia Unico

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Chateau Fourcas-Hosten

Chateau Fourcas-Hosten

            Château Fourcas Hosten ผลิต Château Fourcas Hosten ปี 2014 ซึ่งเป็นไวน์แดงจากภูมิภาค Listrac ที่มีองุ่น Merlot และ Cabernet Sauvignon ที่ดีที่สุดจากไวน์ปี 2014 และมีปริมาณแอลกอฮอล์ 13% โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้นั้นคือองุ่นสองสายพันธุ์ ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon และองุ่นสายพันธุ์ Merlot ซึ่งหลังจากกระบวนการการเก็บเกี่ยวองุ่นแล้ว ไวน์จะถูกผสมและบ่มอย่างน้อย 12 เดือนในถัง วินเทจปี 2014 นี้มีสีทับทิมที่สวยงามพร้อมแสงสะท้อนสีม่วง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมที่ชวนให้นึกถึงผลเบอร์รี่สีแดงและสีดำขนาดเล็ก รวมทั้งกลิ่นขนมปังปิ้งอันละเอียดอ่อน รสสัมผัสในปากที่เต็มอิ่มและนุ่มนวล ถูกกระจายออกมาด้วยความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างกลิ่นของCabernets และความกลมกล่อมของ Merlot ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผสมกับแทนนินยิ่งเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษด้วยการสกัดที่พิถีพิถัน

            ไวน์นี้ได้ถูกผลิตจาก Château Fourcas Hosten ที่เป็นไร่ไวน์ฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในย่าน Haut-Médoc ของบอร์โดซ์ ซึ่งเน้นการผลิตไวน์บอร์โดซ์ที่โดดเด่นของ Merlot จากไร่องุ่นขนาด 47 เฮกตาร์ (116 เอเคอร์) ในใจกลาง Listrac-Médoc ไร่องุ่นบางส่วนครอบครองพื้นที่ Le Fourcas ที่เป็นดินกรวด ซึ่งให้สภาพการปลูกที่ดีเลิศสำหรับการปลูกองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon นอกเหนือจากบริเวณนี้ไร่องุ่นที่เหลือได้ตั้งอยู่บนดินที่อุดมด้วยดินเหนียวและเป็นดินเหนียวซึ่งเหมาะสำหรับการเพาะปลูกองุ่นMerlot ของนิคมอุตสาหกรรม หลังขากนั้นที่แห่งนี้ได้เปิดตัวเหล้าองุ่น Château Fourcas Hosten Blanc ครั้งแรกในปี 2014 ซึ่งไวน์ขาวนี้ส่วนใหญ่เป็นไวน์ Sauvignon Blanc โดยมี Sauvignon Gris เล็กน้อย องุ่นเหล่านี้มีอายุเฉลี่ยสามปีและปลูกบนดินเหนียวและดินหินปูน 2 เฮกตาร์ (5 เอเคอร์) ที่ถูกเก็บเกี่ยวกับมือและไวน์มีอายุในการบ่มประมาณห้าเดือนในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศส

Chateau Fourcas-Hosten

Chateau Fourcas-Hosten

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Chateau Ygay Gran Reserva Marqués de Murrieta

Chateau Ygay Gran Reserva Marqués de Murrieta

            Castillo Ygay Gran Reserva 1952 เป็นไวน์แดง Rioja Tempranillo ของสเปนที่จัดได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกจาก Rioja เลยที่เดียว ซึ่งวางตลาดในชื่อ Château Ygay ถูกบรรจุขวดเมื่อมกราคม 1986 และใช้เวลาบ่ม 34 ปีในถัง ถูกผลิตออกมาเพียง 8.356 ขวด ซื้อโดยตรงในโรงกลั่นไวน์ Marqués de Murrieta มีการใช้ฉลากพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี มันแสดงให้เห็นลักษณะที่เก่าแก่ โดยไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการนำคุณลักษณะเด่นของไวน์ชั้นเลิศออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีสีของเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างออกสีแดงเข้มราวกับสีของโกเมน รวมทั้งยังมีกลิ่นที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ผสานกันกับกลิ่นของผลไม้สีแดงที่หลากหลายผสมกันกับกลิ่นจองเครื่องเทศอย่างดี นอกจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีความเต็มน้ำเต็มเนื้อ มีสัมผัสและรสชาติที่มีความซับซ้อนกว่าไวน์ทั่วไปอย่างมาก

            Castillo Ygay Gran Reserva 1952 เป็นไวน์ที่มีการก่อตั้งและถูกสร้างขึ้นมา โดยการนำองุ่นทั้งสองสายพันธุ์สำคัญมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้นั้นคือ องุ่นสองสายพันธุ์ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Tempranillo 89% และองุ่นสายพันธุ์ Mazuelo 11% ด้วยกัน ซึ่งองุ่นทั้งสองสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์องุ่นยอดนิยมที่นำมาใช้ในการผลิตไวน์แดงในสเปน ในการเก็บเกี่ยวจะเก็บเกี่ยว Tempranillo ในช่วงเดือนกันยายนและเก็บเกี่ยว Mazuelo ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งขั้นแรกของกระบวนการผลิต องุ่นจะถูกตัดก้านออกอย่างระมัดระวัง คั้น และหมักในถังสแตนเลสที่ควบคุมอุณหภูมิเป็นเวลา 11 วัน ด้วยกระบวนการ “การตัดต่อ” และ “การหมัก” ทุกวัน ซึ่งช่วยให้ไวน์สามารถพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเองได้ กระบวนการทั้งสองนี้ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุด สีและกลิ่นโดยไม่ผลิตแทนนินมากเกินไป นอกจากนี้ในส่วนของกระบวนการบ่มไวน์จะใช้เวลา 30 เดือนในการบ่มในถังไม้โอ๊ก 225 ครอก โดยอย่างน้อย 10 เดือนในถังไม้โอ๊กใหม่ และ 36 เดือนในขวดก่อนปล่อย ในขณะที่ Tempranillo หมักในถังไม้โอ๊กอเมริกัน Mazuelo จะหมักในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสใหม่

Chateau Ygay Gran Reserva Marqués de Murrieta

Chateau Ygay Gran Reserva Marqués de Murrieta

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Château La Fleur-Pétrus Pomerol

Château La Fleur-Pétrus Pomerol

            Château La Fleur-Pétrus Pomerol จัดเป็นไวน์แดงสไตล์บอร์โดที่ผลิตเมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส ประกอบด้วยองุ่นสามสายพันธุ์ได้แก่ Merlot Cabernet Franc และที่ Petit Verdot ในส่วนขององุ่นสายพันธุ์ Merlot จะให้ความนุ่มนวลและความอ่อนนุ่มแก่ไวน์ ส่วน Cabernet Franc เป็นองุ่นที่สุกเร็ว และมี tannin ที่ elegant อยู่ในระดับที่ดี ไม่มาก ไม่น้อย มีสีเข้มปานกลาง ตัวไวน์ให้ acidity ที่ fresh มี aromas ที่ อีกทั้งยังช่วยให้เก็บไวน์ไว้ได้นาน ในขณะที่ Petit Verdot เปอร์เซ็นต์เล็กๆที่ใช้ผสม เนื่องจากเป็นองุ่นที่สุกช้า และเมื่อนำไปผสมในไวน์ จะให้สีที่เข้มมาก และแทนนินที่เข้มมาก อีกทั้งยังมีกลิ่นที่ ค่อนชัด ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นดอกไวโอเลต และให้กลิ่นหอมของเครื่องเทศในตอนท้าย จึงจัดได้ว่า Château La Fleur-Pétrus เป็นไวน์ที่มีโครงสร้างที่สมดุล ดื่มแล้วนุ่มนวล กลมกล่อม มีพลัง และความสง่างามเป็นเอกลักษณ์

            Château La Fleur-Pétrus เป็นหนึ่งในไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Pomerol ซึ่งที่ดินเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโดยเฉพาะ และได้รับการตั้งชื่อสำหรับตำแหน่งในพื้นที่เป็น ‘Petrus’ และ ‘La Fleur’ ในช่วงศตวรรษที่ หลังจากก่อตั้งขึ้นในเมือง Libourne ตั้งแต่ปี 1937 Jean-Pierre Moueix ได้เล็งเห็นถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยมของชื่อ Pomerol ตั้งแต่ต้น Château La Fleur-Pétrus จึงเป็นเป็นการซื้อกิจการครั้งแรกของเขาในปี 1950 ต่อมาหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ทำการซื้อ Château Trotanoy ในปี 1953

            Pomerol เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบอร์กโดซ์เนื่องจากเป็นเขตเดียวที่ไม่เคยได้รับการจัดอันดับในระบบการจำแนกประเภท เนื่องจากการจัดอันดับที่ดินเป็นวิธีการทางการตลาดโดยพื้นฐานเพื่อช่วยนายหน้าค้าไวน์ ดังนั้นการจัดอันดับพื้นที่ที่ของกลุ่มคนที่ทำธุรกิจเล็กๆนั้นจึงไม่ได้รับความสนใจ ทำให้ Pomerol ไม่ได้รับความสนใจมากนักจากชุมชนไวน์นานาชาติจนกระทั่งทศวรรษ1960 เมื่อ Jean-Pierre Moueix พ่อค้าไวน์ที่เป็นผู้ประกอบการ เริ่มซื้อที่ดินที่ดีที่สุดของ Pomerol และส่งออกไวน์ทุกวันนี้ ครอบครัว Moueix ที่ทรงอิทธิพลเป็นเจ้าของที่ดิน Chateau Pétrus ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Pomerol พร้อมด้วยที่ดิน Pomerol ส่วนอื่นๆอีกมากมาย ไวน์ Pomerol ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Merlot ผสมกับ Cabernet Franc และ Cabernet Sauvignon จำนวนเล็กน้อยทำให้มีความนุ่มละมุนกว่าและมีแทนนิกน้อยกว่าบอร์โดซ์ฝั่งซ้าย

Château La Fleur-Pétrus Pomerol

Château La Fleur-Pétrus Pomerol

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Le Macchiole Messorio

Le Macchiole Messorio

            Le Macchiole Messorio เป็นไวน์แดง ผลิตขึ้นโดยใช้องุ่น Merlot เป็นสีน้ำเงินเข้ม จัดเป็นองุ่นที่สุกเร็วและเป็นอีกหนึ่งในพันธุ์หลักที่ใช้ในบอร์โดซ์ องุ่น Merlot นั้นถูกปลูกในรูปแบบสากล ซึ่งจะเก็บเกี่ยวในภายหลังเพื่อดึงเอาแทนนินและบอดี้ของไวน์ออกมามากขึ้นเพื่อความเข้มข้นของไวน์ Messorio ปี 2007 จัดได้ว่าเป็นอีกรุ่นที่โดดเด่น ในด้านของสัมผัสของผลไม้ที่สุกเต็มที่สมดุลกับโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน โดยมีกลิ่นของมอคคา กราไฟต์ ไม้โอ๊กฝรั่งเศส ชะเอมเทศ เป็นไวน์แดงที่เข้มข้นแต่ผสมความอ่อนโยนด้วยรสเชอร์รี่สีดำหวาน ประกอบกับแทนนินที่นุ่มเนียนและความเป็นกรดที่กลมกลืนกัน

            Le Macchiole ผู้ผลิต Le Macchiole Messorio 2007 ซึ่งตั้งอยู่ในเขต Bolgheri ของ Tuscany ที่ขึ้นชื่อเรื่องไวน์แดง IGT Toscana สามสายพันธุ์ Paleo, Messorio และ Scrio มักถูกมองว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของประเภทที่ผลิตในอิตาลี

ซึ่งได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1983 โดยคู่รักหนุ่มสาว Eugenio Campolmi และ Cinzia Merli พวกเขาเปิดตัววินเทจครั้งแรกในปี 1987 โดยมีการเปิดตัวครั้งแรกของไวน์เรือธง Paleo ที่เปิดตัวในปี 1989 ในขณะนั้น Paleo เป็นส่วนผสมของบอร์โดซ์ แต่ในปี 1990 La Macchiole เริ่มก้าวไปสู่การผลิตไวน์ที่หลากหลายมากขึ้น โดย Paleo เริ่มต้นผลิตครั้งแรกจากวินเทจ 1989  ใช้องุ่นแดงพันธุ์คาเบอร์เน่ ฟรอง (Cabernet franc) 100 เปอร์เซ็นต์  เก็บบ่มในถังบาร์ริค (barrique) ใหม่ เป็นเวลา 16 เดือน และเก็บบ่มในขวด 6 เดือน ในส่วนของไวน์สายพันธุ์ Messorio ผลิตครั้งแรกจากวินเทจ 1994  โดยใช้องุ่นแดงพันธุ์แมร์โล (Merlot) 100 เปอร์เซ็นต์ เก็บบ่มในถังบาร์ริค (barrique) ใหม่ เป็นเวลา 18 เดือน และเก็บบ่มในขวด 6 เดือน

Le Macchiole Messorio

Le Macchiole Messorio

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Chateau d’yquem Lur Saluces

Chateau d’yquem Lur Saluces

            Chateau d’yquem Lur Saluces นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1855  Chateau d’Yquem ความพิเศษของไวน์ที่ถูกผลิตและเผยออกมาอย่างต่อเนื่องช่วยทำให้เป็นการสร้างมาตรฐานที่ดีสำหรับความเป็นเลิศในไวน์นี้ ไม่เหมือนไวน์อื่นใดในโลก รวมไปถึงการใช้ทั้งองุ่น Sauvignon Blanc และ Semillon อันเป็นพันธุ์องุ่นที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ไวน์ Sauternes ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นไวน์หวานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกคือ จัดเป็นไวน์ที่มีผู้ค้นหามากที่สุดเลยก็ว่าได้ก็ถูกผลิตจากองุ่นเหล่านี้ออกมาเป็น Château d’Yquem นั่นเอง เป็นไวน์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นไวน์ที่แพงและผลิตได้ยากที่สุดในโลกด้วย ในช่วงแรกของการเปิดตัว Chateau Yquem 1998 ไม่อนุญาตให้ชิมจากถัง และจะไม่ปล่อยออกมาจนกว่าจะครบห้าปีหลังจากปีเก็บเกี่ยวขององุ่นที่ใช้นำมาทำไวน์ Chateau Yquem 1998  ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังเช่นปี 1990, 1989 และ 1988 ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี มีกลิ่นหอมหวานของครีมบรูเล่ สับปะรด แอปริคอท และดอกไม้

            สีของไวน์ในแก้วเป็นสีทองอ่อน ประกอบกับกลิ่นที่ชัดเจนของผลไม้สุก ได้แก่ พลัม แอปริคอท มะม่วง และผลไม้แห้งอย่างผลมะเดื่อ ลูกเกด ควินซ์ ตามด้วยกลิ่นผลไม้สีขาวหลากหลายชนิดดด้วยกัน ในส่วนของรสสัมผัสต่างๆภายในปากหลังจากชิมไวน์นั้น จะได้รับรู้ถึงความนุ่มนวลและโครงสร้างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไวน์นี้จะนำพาไปสู่ความสุขอันของรสชาติเข้มข้น ที่ซึ่งทุกอย่างได้ถูกผสมผสานกันอย่างลงตัว มีความกลมกลืน หรูหรา และความประณีตพร้อมๆ กัน

            Château d’Yquem เป็นไวน์ Premier Cru Supérieur จาก Sauternes ภูมิภาค Gironde ทางตอนใต้ของไร่องุ่นบอร์โดซ์ที่รู้จักกันในชื่อ Graves ในการจำแนกไวน์บอร์กโดซ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1855 Château d’Yquem เป็นไวน์เพียงแห่งเดียวที่ได้รับการจัดอันดับนี้ ซึ่งแสดงถึงการรับรู้ถึงความเหนือกว่าและราคาที่สูงกว่าไวน์ประเภทอื่นๆ ทั้งหมด ความสำเร็จของ Yquem ส่วนใหญ่เกิดจากวิธีการผลิตที่ เรียกว่า เน่าแบบผู้ดี หรือ Noble rot วิธีนี้ต้องมีตัวช่วย เป็นเชื้อราชื่อ Botrytis cinerea มีอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น เมื่อองุ่นสุกเชื้อราจะเกาะดูดน้ำจากลูกองุ่น จนเหลือแค่ผลองุ่นเหี่ยวแห้งกับน้ำตาลธรรมชาติเข้มข้น เอามาทำไวน์จะได้สุดยอดไวน์ รสหวานจัด กลิ่นหอม ราคาแพง ไวน์จาก Château d’Yquem มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยความซับซ้อน ความเข้มข้น และความหวาน ซึ่งสมดุลกันด้วยความเป็นกรดที่ค่อนข้างสูง ด้วยความระมัดระวังพอสมควรทำให้ขวดหนึ่งขวดจะเก็บรักษาไว้ได้นานนับศตวรรษหรือมากกว่า และรสหวือหวาของผลไม้จะค่อยๆ จางลงและผสานเข้ากับรสชาติต่างๆมากมายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Chateau d'yquem Lur Saluces

Chateau d’yquem Lur Saluces

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Yarden Viognier

Yarden Viognier

            Yarden Viognier นั้นมาจากโรงกลั่นไวน์ Golan Heights ซึ่งทำจากองุ่น Viognier ที่ปลูกใน Odem Vineyard เป็นองุ่นพันธุ์แท้สำหรับผลิตไวน์ขาวที่ที่มีคุณภาพและมีรสชาติที่ซับซ้อน สีของไวน์ในแก้วไวน์นั้นจะส่องแสงเป็นสีเหลืองทองสดใสพร้อมเฉดสีระยิบระยับ ประกอบไปด้วยกลิ่นหอมที่ซับซ้อนของไวน์  บูเฆ่ของน้ำไวน์ที่เข้มข้นบ่งบอกถึงกลิ่นของพีช แอปริคอท ลูกแพร มะนาว ส้มแมนดาริน แตงโม และอีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้สด เครื่องเทศและไม้โอ๊กฝรั่งเศส ในส่วนของรสสัมผัสต่างๆภายในปากหลังจากชิมไวน์นั้น ไวน์ขาวนี้มีความเข้มข้นระดับมีเดียมบอดี้(Medium-body) ซึ่งมีซับซ้อนของกลิ่นหอมที่ชวนให้หลงไหล เพื่อความดื่มด่ำและเพลิดเพลินในการรับประทานอาหาร อาหารที่แนะนำควบคู่กับการดื่นไวน์ขาวจากไร่องุ่น Golan Heights ได้แก่ แกงไก่ครีม ไก่ในซอสแอปริคอตชั้นดี หรือกับชีสนุ่มๆ ทุกชนิด

            ในส่วนของกระบวนการผลิตไวน์ของ Golan Heights ผลิตจากไร่องุ่นสำหรับองุ่น Viognier ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ราบสูงโกลัน ซึ่งเป็นไร่องุ่นไวน์ที่สูงที่สุดในอิสราเอล ที่ระดับความสูง 1,200 เมตร (ใกล้ถึง 4,000 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล เมื่อองุ่นถูกส่งมาถึงห้องเก็บไวน์ Golan Heights Winery แล้วองุ่นจะค่อยๆถูกบีบ และหมักในถังสแตนเลส (50%) และในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส (50%) ครึ่งหนึ่งถูกทิ้งไว้ในถังไม้โอ๊กเพื่อการบ่มและมีอายุ 4 เดือน การผสมผสานนี้ทำให้ไวน์มีความเข้มข้นและมีกลิ่นหอม

            Golan Heights Winery ผู้ผลิต Yarden Viognier 2011 เป็นผู้ผลิตไวน์ของอิสราเอลที่ตั้งอยู่ในนิคม Katzrin ในกาลิลี มีไวน์หลากหลายประเภท ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือ Yarden นั่นเอง Yarden ผลิตจากองุ่นที่คัดสรรจากไร่องุ่นที่ดีที่สุด ไวน์ขาวและไวน์แดงผลิตขึ้นภายใต้ฉลากของ Gamla, Gilgal และ Hermon โดยจะออกไวน์แดงสามชนิดทุกวันในชื่อ Sion และ Golan โรงกลั่นเหล้าองุ่นเป็นสหกรณ์ และสมาชิก 15 รายเป็นเจ้าของไร่องุ่น 28 แห่งในหลายพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 600 เฮกตาร์ (1500เอเคอร์) ทั้งหมดนี้ถูกแบ่งออกเป็น 400 บล็อกเพิ่มเติมซึ่งทำฟาร์มและทำองุ่นแยกจากกัน และจากความสูง ภูมิประเทศ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และดินที่หลากหลายทำให้มีตัวเลือกการผสมที่หลากหลายจากผืนดินที่แตกต่างกัน เป็นเหตุให้องุ่นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์คลาสสิกของฝรั่งเศส นอกเหนือจากนั้น Golan Heights Winery ยังส่งออกไวน์ไปกว่า 30 ประเทศและได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมายดังเช่นYarden Cabernet Sauvignon ไวน์ในปี 2547 เป็นไวน์ของอิสราเอลรายแรกที่มีรายชื่อไวน์ 100 อันดับแรกของ Wine Spectator และในปี 2012 ก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น New World Winery of the Year จากนิตยสาร Wine Enthusiast อีกด้วย

Yarden Viognier

Yarden Viognier

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Domaine Prieuré Roch Ladoix Le Cloud

Domaine Prieuré Roch Ladoix Le Cloud

            Domaine Prieuré Roch Ladoix Le Cloud นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการกล่าวถึงผู้ผลิตไวน์Domaine Prieuré Roch Ladoix Le Cloud อย่าง Henry Frédéric Roch ผู้เป็นผู้อำนวยการร่วมและเจ้าของร่วมของไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเบอร์กันดี นั่นคือ Domaine de la Romanée Conti เป็นที่น่าสนใจที่เขาได้รับงานนี้หลังจากที่ได้ก่อตั้งโรงกลั่นเหล้าองุ่นของตัวเองขึ้นในทศวรรษ1980 เรื่องราวของไร่องุ่นเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับตระกูลผู้ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงในตำนานอย่าง Henry-Frédéric Roch ผู้ซึ่งเป็นหลานชายของ Lalou Bize-Leroy หนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงที่สุดของ Burgundy และ Roch ซึ่ง Domaine Prieuré Roch แห่งนี้ได้กลายเป็นที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในแคว้น Côte de Nuits ในเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส

            พื้นที่กว่า 11 เฮกตาร์ของ Domaine Prieuré Roch ได้ถูกใช้ในการทำการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน ซึ่งผลผลิตที่ค่อนข้างต่ำสำหรับเบอร์กันดี นั้นเนื่องมาจากการพยายามรักษาลักษณะตามธรรมชาติขององุ่น ในส่วนของห้องเก็บไวน์ ไวน์แทบไม่ถูกแตะต้อง และบรรจุขวดแบบไม่กลั่น ไม่กรอง และไม่มีการเติมกำมะถัน ซึ่งวิธีการที่เป็นธรรมชาติมากที่ใช้ในการผลิตไวน์นี้ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ออกมาเป็นไวน์ที่บริสุทธิ์ สะอาดและสดใหม่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะในด้านของกลิ่นที่หอมของไวน์

             Le Cloud เป็นไวน์เบอร์กันดี Pinot Noir รสละมุนแห่งแคว้น Côte de Nuits ในฝรั่งเศส ที่มีไร่องุ่นระดับ Grand Cru ซึ่งผลิตมาจาก Pinot Noir อันเป็นองุ่นที่ใช้ทำไวน์แดงที่ได้รับความนิยมมากในการผลิตไวน์แดง ซึ่งเป็นองุ่นที่ชอบสภาพอากาศที่เย็น Le Cloud นั้นจัดเป็นไวน์แดงแบบไลท์บอดี้ (Light Body Red Wine) ซึ่งไวน์แบบไลท์บอดี้นั้นสามารถจับคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นผัก, เนื้อไก่ หรือเป็ดย่าง

Domaine Prieuré Roch Ladoix Le Cloud

Domaine Prieuré Roch Ladoix Le Cloud

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Joseph Phelps Cabernet Sauvignon

Joseph Phelps Cabernet Sauvignon

            Joseph Phelps Cabernet Sauvignon นับได้ว่าเป็นไวน์แดงชั้นเยี่ยมที่ถูกส่งตรงมาจากทวีปอเมริกาเหนือที่มีการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาหรือถูกผลิตขึ้นโดยแบรนด์ไวน์ชื่อดังอย่าง Joseph Phelps Vineyards ที่เป็นแบรนด์ไวน์ชื่อดังที่เป็นแบรนด์ไวน์ขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเองเหนือผู้ผลิตในแถบพื้นที่เดียวกัน โดยแบรนด์ไวน์นี้เป็นแบรนด์ไวน์ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ย่านชุมชนที่มีการเลื่องลือในด้านการผลิตไวน์แดงต้นตำรับมาเป็นเวลายาวนานอย่าง Napa Valley ที่อยู่ทางด้านชายฝั่งทางตอนเหนือของเมือง San Francisco ของมลรัฐแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกา

            โดยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกระบวนการผลิตและขั้นตอนในการสร้างไวน์ชนิดนี้ที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องด้วยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีการใช้สายพันธุ์องุ่นที่หลากหลาย มีอัตราส่วนการผลิตที่ชัดเจนและมีประเภทของถังไม้ที่ใช้ในการหมักที่ค่อนข้างมากกว่าไวน์แดงชนิดอื่นๆ เริ่มต้นจากการคัดเลือกสายพันธุ์องุ่นที่ทางผู้ผลิตได้มีการเลือกสรรมาใช้นั้น ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon 97%, Cabernet Franc 2% และองุ่นสายพันธุ์ Malbec อีก 1% ด้วยกัน โดยองุ่นที่เลือกใช้ในการผลิตไวน์ในครั้งนี้ล้วนเก็บเกี่ยวมาจากไร่องุ่น Napa Valley ที่อยู่ในเมืองที่มีชื่อว่า St. Helena ทางด้านตอนใต้ของเมือง Napa Valley ในเขตการปกครอง Oak Knoll ซึ่งองุ่นทั้งหมดที่ทางผู้ผลิตได้ทำการคัดเลือกผลที่ดีที่สุดมาแล้วนั้นจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กใบใหม่แบบผสมผสานสายพันธุ์ ด้วยจำนวน 49% นั้นจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กใบใหม่สายพันธุ์ฝรั่งเศสและอัตราส่วนที่เหลืออีก 51% ทางผู้ผลิตจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กใบใหม่สายพันธุ์อเมริกันชั้นเยี่ยมอีกด้วย ซึ่งการหมักในถังไม้โอ๊กเหล่านี้จะเป็นเพียงแค่ 40% ของจำนวนองุ่นทั้งหมด ส่วนจำนวนองุ่นอีก 60% จะนำลงไปหมักลงในถังไม้บาร์เรลทั้งแบบสายพันธุ์อเมริกันกับฝรั่งเศสที่มีอายุของไม้อยู่ที่ประมาณ 1-3 ปีด้วยกัน

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์แดงที่มีโครงสร้างและเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างน่าประทับใจใครหลายคนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติของไวน์ที่ค่อนข้างมีความเข้มข้นและมีโครงสร้างขององค์ประกอบชัดเจนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนื้อสัมผัสของไวน์ที่เต็มไปด้วยสีแดงเข้มงดงาม อีกทั้งยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นที่ค่อนข้างหอมและเต็มไปด้วยกลิ่นของผลไม้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลเบอร์รี่สีดำ ลูกพรุนและผลเชอร์รี่สีดำที่ผสานกันกับกลิ่นของช็อกโกแลต เมล็ดกาแฟเอสเปรสโซ่และชะเอมเทศ นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีรสสัมผัสที่ค่อนข้างเข้มข้นและสมดุลกันอย่างดี

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีรสชาติและกลิ่นของไวน์ที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องด้วยกลิ่นและรสชาติของไวน์ที่เต็มไปด้วยผลไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลเบอร์รี่สีดำ ลูกพรุนและผลเชอร์รี่สีดำที่เข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลต เมล็ดกาแฟเอสเปรสโซ่อย่างดีและชะเอมเทศที่ทำให้เนื้อสัมผัสของไวน์มีความสมดุลและลงตัวอย่างดี ซึ่งนับได้ว่าเป็นไวน์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะรับประทานไวน์ชนิดนี้ควบคู่กับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวาง เนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อเป็ดกับเนื้อไก่ และชีสทั้งแบบผสมและแบบเข้มข้น นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังนับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณของแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 14.5% ซึ่งนับได้ว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับไวน์ทั่วไป

Joseph Phelps Cabernet Sauvignon

Joseph Phelps Cabernet Sauvignon

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com