เรื่องทั้งหมดโดย admin

Mouton Cadet Cuvée Héritage

Mouton Cadet Cuvée Héritage

Mouton Cadet Cuvée Héritage นับได้ว่าเป็นไวน์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้แบรนด์ไวน์ที่ชื่อเสียงอย่าง Mouton Cadet ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในการเพาะปลูกองุ่นที่ใช้ในการผลิตไวน์และมีโรงกลั่นไวน์เป็นของตัวเอง โดยสถานที่แห่งนี้ได้ตั้งอยู่บริเวณย่านชุมชนเมือง Bordeaux ของประเทศฝรั่งเศส

โดยไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการนำองุ่นทั้งสามชนิดมาใช้ในกระบวนการผลิตไวน์ในครั้งนี้ โดยองุ่นที่นำมาใช้ในการผลิตนั้น ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Merlot 85%, Cabernet Sauvignon 8%. และองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Franc 7% โดยองุ่นทั้งสามสายพันธุ์ก็ให้คุณลักษณะที่แตกต่างกัน โดยองุ่นทั้งสามสายพันธุ์จะถูกนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กพันธุ์เยี่ยมจากประเทศฝรั่งเศสอีกด้วยเช่นกัน

ซึ่งไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีลักษณะที่ค่อนข้างน่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสีของเนื้อสัมผัสของไวน์ที่ค่อนข้างออกไปทางสีแดงโกเมนตัดกับสีแดงเลือดหมูได้อย่างลงตัว รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นที่ค่อนข้างหอมหวาน โดยตัวไวน์จะมีกลิ่นของผลไม้ทั้งสีดำและแดงเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นผลเบอร์รี่สีดำ บิลเบอร์รี่และเชอร์รี่สีแดงที่จะออกมาโดดเด่นกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ หลังจากนั้นไวน์ชนิดนี้ก็จะค่อยๆเพิ่มกลิ่นที่เผ็ดร้อนอันเนื่องมาจากเครื่องเทศและมีกลิ่นของผลเคอร์แรนสีดำอย่างชัดเจน ในส่วนของรสชาตินับได้ว่าเป็นรสชาติที่ค่อนข้างกลมกล่อมและนุ่มนวล โดยรสสัมผัสที่โดดเด่นออกมาคือ ลูกบิลเบอร์รี่ เคอร์แรนสีดำและผลเชอร์รี่

ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีความหวานหอมทั้งกลิ่นและรสชาติที่กลมกล่อมกันอย่างพอดี เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อแกะ พริกไทย ผักใบเขียวและเนื้อปู นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้จะยิ่งมีรสชาติที่ยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นเมื่อเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส และเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 12-14% อีกด้วย

Mouton Cadet Cuvée Héritage

Mouton Cadet Cuvée Héritage

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Courvoisier XO Cognac

Courvoisier XO Cognac

            Courvoisier XO Cognac นับได้ว่าเป็นเหล้าบรั่นดีที่มีการถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากแบรนด์เหล้าบรั่นดีชื่อดังอย่าง Courvoisier ที่มีถิ่นฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยแบรนด์เหล้าบรั่นดีชนิดนี้เป็นแบรนด์เหล้าบรั่นดีที่มีชื่อเสียงเป็นระดับแถวหน้าของโลกเพียงไม่กี่แห่งที่มีชื่อจากการผลิตเหล้าบรั่นดี

            ซึ่งเหล้าบรั่นดีชนิดนี้เป็นเหล้าบรั่นดีประเภท Cognac ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ขึ้นมาจากผู้ผลิตของแบรนด์เหล้านี้อย่าง Courvoisier ที่ต้องการเสริมสร้างความอร่อยและรสชาติของเหล้าบรั่นดีให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการผสมส่วนประกอบพิเศษที่มีชื่อว่า “Eaux de Vie” ที่มีอายุตั้งแต่ 11-25 ปี ซึ่งช่วยให้รสชาตินั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

            โดยเหล้าบรั่นดีชนิดนี้เป็นเหล้าบรั่นดีที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ค่อนข้างสวยงามและโดดเด่นอยู่พอสมควรทั้งเนื้อสัมผัส สี กลิ่นและรสชาติของเหล้านั้นเอง ด้วยเหล้าชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีสีของเนื้อสัมผัสเป็นสีเหลืองเข้มราวกับสีเหลืองของอำพันงดงาม บวกกันกับกลิ่นของเหล้าบรั่นดีที่เต็มไปด้วยความอบอวลของผลไม้นานาชนิดที่ผสานกันกับกลิ่นของน้ำตาลทรายและผงโกโก้ แต่เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติจริงแล้ว จะกลับพบว่าเหล้าบรั่นดีชนิดนี้กับมีรสสัมผัสของต้นโอ๊กที่ค่อนข้างโดดเด่น แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เหล้านี้ยังมีรสชาติขององค์ประกอบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความกลมกล่อมของส้ม ครีม ใบยาสูบและกาแฟด้วยเช่นเดียวกัน

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าบรั่นดีชนิดนี้เป็นเหล้าบรั่นดีที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างกลมกล่อม เต็มเปี่ยมไปด้วยองค์ประกอบที่หลากหลาย โดยเฉพาะผลไม้และต้นโอ๊กที่ค่อนข้างโดดเด่นเหนือองค์ประกอบอื่นๆ จึงทำให้เหล้าชนิดนี้มีความน่าสนใจดึงดูดอย่างมาก นอกเหนือจากนี้เหล้าบรั่นดีชนิดนี้ยังเป็นเหล้าบรั่นดีที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 40% ซึ่งนับได้ว่าเป็นระดับแอลกอฮอล์ทั่วไป

Courvoisier XO Cognac

Courvoisier XO Cognac

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Robert Mondavi Napa Valley Fume Blanc

Robert Mondavi Napa Valley Fume Blanc

            Robert Mondavi Napa Valley Fume Blanc นับได้ว่าเป็นไวน์ที่เกิดจากการผลิตขึ้นมาโดยแบรนด์ไวน์ชื่อดังอย่าง Robert Mondavi Private ซึ่งมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตและโรงกลั่นไวน์อยู่ที่บริเวณ Napa Valley ที่อยู่ในเมือง Napa County ทางชายฝั่งตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์ขาวที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างละเอียดลอออย่างดี โดยทางผู้ผลิตจะเริ่มคัดเลือกองุ่นทั้งสองสายพันธุ์มาใช้ในการผลิตไวน์นี้ ซึ่งสายพันธุ์องุ่นที่มีการใช้นั้น ได้แก่ องุ่นสายพันธุ์ Sauvignon Blanc 87% และองุ่นสายพันธุ์ Semillon 13% ซึ่งองุ่นที่ใช้นั้นจะต้องเติบโตในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นและเหมาะสม

            โดยไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีคุณลักษณะของความเป็น Napa Valley ได้เป็นอย่างดีทั้งสี เนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติของไวน์อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในส่วนของสีของเนื้อสัมผัสที่เป็นสีขาวเหลืองราวกับสีของฟางข้าว รวมทั้งยังเป็นไวน์ที่มีกลิ่นที่ค่อนข้างเปรี้ยวจากมะนาวและหวานจากส้มโอ ผลส้มเขียวหวานที่มาพร้อมกับกลิ่นของแอปเปิลสีเขียว ลูกพีช เมล่อนและดอกมะลิที่มีความหอมหวาน ซึ่งรสชาตินั้นก็ไม่แตกต่างจากกลิ่นที่ได้รับเท่าไหร่ เป็นรสสัมผัสที่ทั้งหวานนวลและเปรี้ยวสดชื่นเล็กน้อยอีกด้วย

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นอายของ Napa Valley อย่างยอดเยี่ยม เป็นไวน์ที่มีความหอมหวาน นุ่มนวลจากส้มโอ ผลส้มเขียวหวานและดอกมะลิ แต่ก็มีแทรกกลิ่นและรสชาติความเปรี้ยวที่มาจากมะนาวที่ช่วยเสริมสร้างความสดชื่นให้ไวน์ชนิดนี้ได้อีกด้วยเช่นกัน ซึ่งไวน์ชนิดนี้จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการรับประทานควบคู่กันกับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทะเลที่มีเปลือก เช่น เนื้อกุ้งและเนื้อปู และนมแพะ รวมทั้งอาหารมังสวิรัติก็เหมาะสมเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 14.5%

Robert Mondavi Napa Valley Fume Blanc

Robert Mondavi Napa Valley Fume Blanc

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Robert Mondavi Private Selection Chardonnay Bourbon Barrel Aged

Robert Mondavi Private Selection Chardonnay Bourbon Barrel Aged

            Robert Mondavi Private Selection Chardonnay Bourbon Barrel Aged นับได้ว่าเป็นไวน์ที่เกิดจากการผลิตขึ้นมาโดยแบรนด์ไวน์ชื่อดังอย่าง Robert Mondavi Private ซึ่งมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ที่มีการตั้งถิ่นฐานการผลิตและโรงกลั่นไวน์อยู่ที่บริเวณชายฝั่งกลางของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่จัดอยู่ในคอลเลกชั่น Private Selection ซึ่งเป็นชุดพิเศษที่มีชื่อเสียงในการวงการไวน์อย่างมากและเป็นที่นิยมในการรับประทานกันอย่างกว้างขวางไปทั่วทั้งโลก โดยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ขาวที่มีการนำวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาใช้ โดยองุ่นที่เลือกใช้นั้นจะเป็นองุ่นสายพันธุ์ Chardonnay จากแคลิฟอร์เนียเท่านั้น โดยองุ่นชนิดนี้เป็นพันธุ์องุ่นที่นิยมใช้ในการกลั่นทำเป็นไวน์ขาว แล้วนำวัตถุดิบเหล่านี้มาบ่มในถังไม้โอ๊กที่ใช้ในการหมักเหล้าเบอร์บอนที่ผ่านการสร้างขึ้นมาใหม่โดยโรงงานกลั่นไวน์ในเมืองเคนตักกีของอเมริกา โดยตัวถังนั้นจะต้องมีอายุอยู่เล็กน้อยด้วยเช่นกัน

            โดยไวน์ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีกลิ่น สี เนื้อสัมผัสและรสชาติที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง โดยสีของเนื้อไวน์นั้นเป็นสีขาวนวลสวยงาม บวกกันกับกลิ่นและรสชาติของไวน์ขาวที่มีกลิ่นของสับปะรดสุกอย่างชัดเจนที่ผสานกันกับกลิ่นและรสชาติของลูกพีชที่มีกลิ่นหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกลิ่นที่ค่อนข้างเป็นลำดับชั้นที่ค่อนข้างชัดเจน เป็นไวน์ที่มีทั้งความหวานและความเปรี้ยวจากสับปะรด ลูกพีชและน้ำตาลทราย ซึ่งไวน์ชนิดนี้เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะรับประทานควบคู่กันกับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อหมู เนื้อปลา เช่น เนื้อปลาแซลม่อนหรือปลาทูน่า เนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่และเนื้อเป็ด หรืออาหารจานเดียวอย่างอาหารมังสวิรัติก็เหมาะสมเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังมีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 12-14% ด้วยเช่นกัน

Robert Mondavi Private Selection Chardonnay Bourbon Barrel Aged

Robert Mondavi Private Selection Chardonnay Bourbon Barrel Aged

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Escudo Rojo Origine

Escudo Rojo Origine

            Escudo Rojo Origine นับได้ว่าเป็นไวน์ที่มีการผลิตขึ้นมาภายใต้แบรนด์ไวน์ชื่อดังอย่าง Baron Phillippe de Rothschild หรือ Escudo Rojo ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานการผลิตอยู่ที่บริเวณย่านชุมชนเมือง Maipo Valley ที่อยู่ในเมือง Central Valley ที่อยู่ทางด้านตอนใต้ของเมือง Santiago ประมาณ 200กิโลเมตรของประเทศชิลี

            โดยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์อันเนื่องมาจากมีการนำความรู้และวัฒนธรรมในการผลิตไวน์มาจากชาวพื้นเมืองชิลีที่มีการนำองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon 75% และองุ่นสายพันธุ์อื่นๆผสมรวมกันกว่า 25% ที่มีการเก็บเกี่ยวในช่วงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธุ์จนถึงประมาณกลางเดือนของเดือนพฤษภาคม โดยระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวในช่วงที่องุ่นจะต้องสุกแล้วเท่านั้น โดยองุ่นทั้งหมดจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กบาร์เรลใบใหม่ 25% และถังไม้โอ๊กทั่วไปที่มีอายุประมาณ 1 ปีประมาณ 75% มาใช้ โดยไวน์ชนิดนี้จะมีอายุในการหมักที่ประมาณ 12 เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะบรรจุขวด

            ซึ่งไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่มีมนต์เสน่ห์อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกลิ่น สี เนื้อสัมผัสและรสชาติที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสีของเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเป็นสีแดงเข้มสวยงามราวกับสีแดงของทับทิมแวววาวแกมสีม่วงนิดหน่อย บวกกับกลิ่นของไวน์ที่ค่อนข้างยอดเยี่ยม เข้มข้น และมีความซับซ้อนในกลิ่นของผลไม้ผ่าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่ ผลเชอร์รี่และผลเคอร์แรนสีดำที่ผสานกันกับกลิ่นของวานิลลาและถั่วอัลมอนด์อย่างดี ในส่วนของรสชาตินั้นก็นับได้ว่ามีความสมดุลในรสสัมผัสอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรสชาติของผลเชอร์รี่ ผลเคอร์แรนสีดำ และเครื่องเทศต่างๆที่ค่อนข้างมีรสชาติที่ซับซ้อน

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายของความร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี ทั้งกลิ่นและรสชาติที่เต็มไปด้วยผลไม้ป่า ทั้งเคอร์แรนสีดำ เชอร์รี่หรือสตรอเบอร์รี่ที่ผานกันกับวานิลลาและถั่ว ซึ่งเข้ากันได้อย่างซับซ้อน นุ่มนวลและเข้มข้นอย่างดี ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวางและเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่และเนื้อเป็ด นอกเหนือจากนี้ไวน์ชนิดนี้ยังเป็นไวน์ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14% อีกด้วย

Escudo Rojo Origine

Escudo Rojo Origine

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Hibiki 21 Years Old

Hibiki 21 Years Old

            Hibiki 21 Years Old นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการผลิตขึ้นมาโดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชื่อดังอย่างSuntory Hibiki ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นแบรนด์เหล้าที่ได้รับรางวัลจาก Jim Murray’s Whisky Bible ในปี 2015 อีกด้วย

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการนำถังไม้เชอร์รี่สายพันธุ์ญี่ปุ่นมาใช้ในกระบวนการการผลิต รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการนำข้าว Grain กับข้าวมอลต์ที่ค่อนข้างมีอายุพอสมควรมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปีที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขัน World’s Best Blended Whisky ในปี 2013 และเป็นที่มาของการตั้งชื่อเหล้าชนิดนี้ด้วย โดยการตั้งชื่อนั้นจะอ้างอิงจากชื่อโรงกลั่นเหล้าวิสกี้และแบรนด์เหล้าวิสกี้เป็นหลักอีกด้วย

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีลักษณะที่ค่อนช้างพิเศษอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนของสี เนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติของเหล้าวิสกี้ โดยเหล้าชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีสีของเนื้อสัมผัสเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลสวยงาม บวกกันกับรสชาติของเหล้าวิสกี้ที่ค่อนข้างหอมหวานและเต็มไปด้วยรสสัมผัสของต้นโอ๊ก ผลเชอร์รี่สีเข้ม และคาราเมลหวานที่ผสานรสชาติกันได้อย่างพอดีกัน รวมทั้งยังมีกลิ่นที่ค่อนข้างหอมหวาน ถั่วชุบคาราเมลและเลม่อนเล็กน้อยเพื่อความเปรี้ยวให้กับกลิ่นของเหล้าวิสกี้

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างโดดเด่นที่ผลไม้ ความหวานของคาราเมล ผลเชอร์รี่และถั่ว ความเผ็ดร้อนและฉุนของต้นโอ๊กและเครื่องเทศ รวมทั้งยังมีความเปรี้ยวจากเลม่อนอีกด้วย นอกจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังมีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 43% อีกด้วย

Hibiki 21 Years Old

Hibiki 21 Years Old

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Poit Dhubh Single Cask 40 Years Old

Poit Dhubh Single Cask 40 Years Old

            Poit Dhubh Single Cask 40 Years Old นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แบรนด์เหล้าวิสกี้ชื่อดังและมีชื่อเสียงเป็นระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Poit Dhubh ที่มีถิ่นฐานการผลิตหลักอยู่ที่แถวหมู่เกาะ Islay ของประเทศสกอตแลนด์ในสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างละเอียดและใส่ใจในทุกกระบวนการ เนื่องมาจากเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้หนึ่งในชุด Limited Edition ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบของ Poit Dhubh และ The Gaelic Whiskies ครบรอบ 40 ปี โดยเริ่มแรกทางผู้ผลิตนั้นจะเลือกเอาข้าวบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่คนในวงการเหล้าวิสกี้รู้จักกันในชื่อว่า “ซิงเกิล มอลต์” หรือ “Single Malt” มาใช้ในกระบวนการการผลิต โดยวัตถุดิบหลักทั้งหมดนั้นจะนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊กใบเดี่ยวอีกด้วย ซึ่งทำให้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีอายุอยู่ที่ประมาณ 40 ปี ซึ่งนับว่าค่อนข้างนานมากสำหรับเหล้าวิสกี้ทั่วไป

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีลักษณะของเหล้าที่ค่อนข้างโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเนื้อของเหล้าวิสกี้ที่เป็นสีเหลืองทองเข้มอมน้ำตาล บวกกันกับกลิ่นของเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นที่เต็มไปด้วยวานิลลา ผลแอพริคอท และผลส้มเขียวหวานที่ให้ความหวานละมุนแต่ก็อบอุ่น บวกกับรสชาติที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของรสชาติและความเต็มน้ำเต็มเนื้อของผลส้มเขียวหวานและผลไม้ฤดูร้อนต่างๆที่ให้บรรยากาศแห่งความสดชื่นและอบอุ่น  บวกกับเครื่องเทศและซิการ์ที่เพิ่มความเผ็ดร้อนอย่างดี

            ในภาพรวมสามารถสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยม มีกลิ่นอายของความอบอุ่น สดชื่นและนุ่มนวลอย่างประหลาด เป็นเหล้าที่มีความกลมกล่อมจากผลไม้ เครื่องเทศ เปลือกส้ม และดอกลาเวนเดอร์ได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 54.3% ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับเหล้าวิสกี้ทั่วไป

Poit Dhubh Single Cask 40 Years Old

Poit Dhubh Single Cask 40 Years Old

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Laphroaig 32 Years Old Limited Edition

Laphroaig 32 Years Old Limited Edition

            Laphroaig 32 Years Old Limited Edition นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แบรนด์เหล้าวิสกี้ชื่อดังและมีชื่อเสียงเป็นระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Laphroaig ที่มีถิ่นฐานการผลิตหลักอยู่ที่แถวหมู่เกาะ Islay ของประเทศสกอตแลนด์ในสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างละเอียดและใส่ใจในทุกกระบวนการ โดยเริ่มแรกทางผู้ผลิตนั้นจะเลือกเอาข้าวบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่คนในวงการเหล้าวิสกี้รู้จักกันในชื่อว่า “ซิงเกิล มอลต์” หรือ “Single Malt” มาใช้ในกระบวนการการผลิต โดยวัตถุดิบหลักทั้งหมดนั้นจะนำไปหมักลงในถังไม้เชอร์รี่อีกด้วย ซึ่งทำให้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีอายุอยู่ที่ประมาณ 32 ปี ซึ่งนับว่าค่อนข้างนานมากสำหรับเหล้าวิสกี้ทั่วไป

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีลักษณะของเหล้าที่ค่อนข้างน่าสนใจทั้งสี เนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติ โดยในส่วนของสีเนื้อสัมผัสนั้นเป็นสีน้ำตาลออกแดงราวกับสีของมะฮอกกานี รวมทั้งยังเป็นเหล้าที่มีกลิ่นที่เต็มไปด้วยชะเอมเทศและกลิ่นของผลเคอร์แรนสีดำที่หอมหวานและให้กลิ่นอายของคริสต์มาสอย่างชัดเจน รวมทั้งยังเป็นเหล้าที่มีรสสัมผัสที่ค่อนข้างเข้มข้นและขมอันเนื่องมาจากช็อกโกแลต และมีความฉุนจากลูกจันทน์เทศและเครื่องเทศนานาขนิดด้วยกัน

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ยอดเยี่ยม ทั้งความหวานและความนุ่มนวลจากผลไม้ ความเผ็ดร้อนและความฉุนจากเครื่องเทศนานาชนิด ทั้งพริกไทยดำ ชะเอมเทศ ลูกจันทน์เทศ และความขมจากเปลือกส้มอีกด้วย โดยระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 46.6% อีกด้วย

Laphroaig 32 Years Old Limited Edition

Laphroaig 32 Years Old Limited Edition

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

Bowmore 1988 Vintage Edition

Bowmore 1988 Vintage Edition

            Bowmore 1988 Vintage Edition เป็นเหล้าวิสกี้ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้แบรนด์เหล้าวิสกี้ชื่อดังอย่าง Bowmore ซึ่งเป็นแบรนด์เหล้าวิสกี้ชื่อดังในแถบยุโรปที่มีถิ่นฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศสกอตแลนด์ในสหราชอาณาจักร

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีวัฒนธรรมการผลิตจากชาวชุมชนในหมู่เกาะสกอตแลนด์ รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการนำข้าวมอลต์และข้าวบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่คนในวงการเหล้าวิสกี้ต่างล้วนรู้จักกันในชื่อว่า “ซิงเกิล มอลต์” หรือ “Single Malt” มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยวัตถุดิบทั้งหมดนั้นจะถูกนำไปหมักในถังไม้โอ๊กที่ใช้ในการหมักเหล้าเบอร์บอนครั้งแรกเท่านั้น

            ซึ่งเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีคุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสี เนื้อสัมผัส กลิ่นและรสชาติของเหล้าวิสกี้อย่างดี รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีสีของเนื้อเหล้าที่เป็นสีเหลืองทองอำพัน รวมทั้งยังมีกลิ่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลเลม่อน วานิลลา ต้นโอ๊กที่ให้ความหวานเนื้อสัมผัสที่เบาบางของเหล้าวิสกี้ รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีรสชาติที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศ ช็อกโกแลต และต้นโอ๊ก

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีกลิ่นและรสชาติที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง ทั้งกลิ่นและรสชาติของกาแฟเอสเปรสโซ่ เลม่อนและกลิ่นรมควันจางๆ นอกเหนือจากนี้เหล้าวิสกี้ชนิดนี้ยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 47.8% อีกด้วย

Bowmore 1988 Vintage Edition

Bowmore 1988 Vintage Edition

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com

The Yamazaki Single Malt Whisky Sherry Cask

The Yamazaki Single Malt Whisky Sherry Cask

            The Yamazaki Single Malt Whisky Sherry Cask นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการผลิตขึ้นมาโดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชื่อดังอย่าง Suntory Yamazaki ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยแบรนด์เหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นแบรนด์เหล้าที่ได้รับรางวัลจาก Jim Murray’s Whisky Bible ในปี 2015 อีกด้วย

            โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้นับได้ว่าเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการนำถังไม้เชอร์รี่สายพันธุ์ญี่ปุ่นมาใช้ในกระบวนการการผลิต รวมทั้งยังเป็นเหล้าวิสกี้ที่มีการนำข้าวบาร์เลย์แท้ 100% หรือที่คนในวงการเหล้าวิสกี้ต่างล้วนรู้จักกันในชื่อว่า Single Malt มาใช้ในเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต แล้วข้าวบาร์เลย์ทั้งหมดนั้นจะถูกนำไปหมักลงในถังไม้เชอร์รี่พันธุ์เยี่ยมจากญี่ปุ่น โดยเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่ถูกจัดจำหน่ายครั้งแรกในช่วงปี 2013 ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้มีการขายเหล้าชนิดนี้ในมากกว่า 35 ประเทศทั่วโลกด้วยกัน

            ซึ่งเหล้าชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีกลิ่น สี เนื้อสัมผัสและรสชาติที่งดงาม เป็นที่จับตาแก่นักดื่มทั่วโลกต่างล้วนที่ความสนใจกับเหล้าวิสกี้ชนิดนี้ที่มีเนื้อสัมผัสเป็นสีเหลืองทองอำพัน บวกกันกับกลิ่นที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยกลิ่นของลูกเกดผสานกันกับกลิ่นของมะเขือเทศตากแห้ง กานพลูและโกโก้ นี่ยังไม่นับในส่วนของรสชาติที่เต็มไปด้วยความหวาน เต็มน้ำเต็มเนื้อและนุ่มลึกไปด้วยรสชาติของช็อกโกแลตและถั่วเฮเซลนัท

            ในภาพรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่าเหล้าวิสกี้ชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีกลิ่นและรสชาติทีหอมหวาน ขมปนหวานและมีระยะเวลาสัมผัสที่ค่อนข้างติดลิ้นอย่างยาวนาน รวมทั้งยังมีรสชาติที่ค่อนข้างเปรี้ยว นอกจากนี้เหล้าชนิดนี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 48%

The Yamazaki Single Malt Whisky Sherry Cask

The Yamazaki Single Malt Whisky Sherry Cask

สั่งซื้อสินค้า

ติดต่อสอบถามสั่งซื้อทาง Line ครับ

โดย รีวิวเหล้านอก.com